Category Archives: Uncategorized

ยานบิน

ยานบิน1

 

เรื่องราวลึกลับนี้เริ่มขึ้น เมื่อจิตรกรรมและประติมากรรมในโบราณสถานหลายแห่งที่เป็นรูปแสดงถึงวัตถุประหลาดซึ่งมีลักษณะคล้ายยานบินหรือแม้กระทั่งยานอวกาศ

เป็นไปได้ไหมว่า ในอดีตนั้นเราเคยมียานที่บินได้ โดยมนุษย์จากนอกโลกเป็นผู้นำมา และเป็นที่กำเนิดยาน UFO??

หลักฐานชิ้นแรกในประวัติศาสตร์คือในสมัยพระเจ้า อโศกมหาราช (Ashoka) พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดียมีคำร่ำลือว่าพระองค์เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งแหล่งวิทยาการ “สมาคมลับของบุรุษนิรนามทั้งเก้า” (Secret Society of the Nine Unknown Men) ซึ่งปราชญ์อินเดียในสมัยนั้นต่างกระหายที่จะเรียนรู้วิทยาการเหล่านี้ แต่พระเจ้าอโศกกลับงานวิทยาการต่างๆ ของพวกเขาเป็นความลับ เพราะกลัวว่าวิทยาการเหล่านั้นถ้าเผยแพร่ไปอาจเกิดเหตุนองเลือดขึ้นได้ เพราะพระองค์เองเคยใช้วิทยาการเหล่านั้นทำสงครามมาแล้ว พระองค์จึงเน้นทำนุบำรุงศาสนาพุทธแทน

“บุรุษนิรนามทั้งเก้า (The Nine Unknown Men) หมายถึงหนังสือเก้าเล่มที่พระเจ้าอโศกทรงนิพนธ์ขึ้นมา เล่มหนึ่งมีชื่อว่า “ความลับของแรงโน้มถ่วง(The Secrets of Gravitation) เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยโบราณ เนื้อหาในหนังสือเป็นคนละแบบกับ “กฎของแรงโน้นถ่วงของนิวตัน” และหนังสือเก้าเล่มนี้อาจเก็บอยู่ในห้องสมุดที่ไหนสักแห่งในอินเดียหรือ ทิเบต (หรือแม้แต่ในอเมริกา)

เมื่อไม่นานมาแล้ว ชาวจีนได้ค้นพบแท่งหินอักขระจารึกเป้นภาษาสันสกฤตในเมืองลาศา (Lhasa) ในทิเบต และส่งแท่นหินเหล่านี้ไปศึกษาค้นคว้าที่มหาลับชานดริการ์ ดร.รูท เรย์นา อาจารย์ประจำมหาลัยกล่าวว่า แท่งหินอักขระพวกนี้บ่งบอกถึงวิธีการสร้างยานอวกาศที่สามารถเดินทางไป มาระหว่างดวงดาวได้!!

ส่วนวิธีการขับเคลื่อนนั้น ด็อกเตอร์เรย์นาอธิบายว่าจากอักขระว่า เป็นแรงต่อต้านโน้นถ่วง ในชื่อที่พวกเขาเรียกว่า ลากิมะ (Laghima) ซึ่งเป็นแรงที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เกิดมาจากพลังจิตของมนุษย์ โดยมีหลักการว่า แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifugak Force) จะมีกำลังมากพอที่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดของโลกได้ และจากความรู้ทางฮินดูโบราณ (Hindu Yogis)แรงหรือ พลัง ลากิมะนี้สามารถยกมนุษย์ให้ลอยขึ้นฟ้าได้

ดร.เรย์ยังอธิบายอีกว่าสำหรับตัวเครื่องจักรหรือยานพาหนะนี้พวกเขา เรียกว่า “แอสทรา (Astras)” ซึ่งเป็นยานที่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดของโลกและมีหลักฐานที่เกี่ยวกับ เทคโนโลยีชนิดนี้ว่ามีใช้กันในอินเดียสมัยโบราณหรือในสมัยที่ยังมีอาณาจักร ของพระรามอยู่ อาณาจักรของพระรามอยู่ อาณาจักรนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดียและปากีสถาน ได้ก่อตั้งมานาน 15,000 ปีแล้วในทวีปอินเดียซึ่งตอนนั้นยังแยกออกมาจากทวีปเอเซียอยู่และดำรงมาควบ คู่กับอาณาจักรแอตแลนติสที่อยู่กลางมหาสมุทรแอนแลนติกมาก่อน

อาณาจักรพระรามปกครองโดย “สังฆราชาผู้สำเร็จ”(Enlightened Priest-Kings) เรียกชื่อเมืองหลวงทั้งเจ็ดเมืองว่า เมืองฤษีทั้งเจ็ด (The Seven Risni Cities) ตามหลักฐานของชาวอินเดียโบราณ ผู้คนในสมัยนั้นใช้ยวดยานพาหนะที่สามารถบินได้ชื่อ วิมาน (Vimanas)

ยานบิน2

แท่งอักขระ ได้บรรยายรูปร่างลักษณะของยานวิมานว่า “มันเป็นยานที่มีสองชั้น รูปร่างค่อนข้างกลม มีท่อไอเสียอยู่ด้านล่าง และในห้องผู้โดยสารด้านบนมีรูปร่างคล้ายโดม” จากข้อความดังกล่าว ทำให้เราจิตนาการว่ามันคือจากบินหรือเปล่านี่!!

ยานวิมานบินด้วย “ความเร็วที่ยิ่งกว่าสายลม (Speed of The Wind)และมีเสียงที่ดังมาก ยานนี้มีรูปร่างที่ต่างๆ กันถึงสี่แบบ มีรูปร่างคล้ายกับจานบินบ้าง หรือไม่ก็มีรูปร่างคล้ายกระบอกยาวๆ บ้าง (หรือมีรูปร่างคล้ายซิการ์ดังเช่น UFO)

ชาวอินเดียโบราณผลิตยานเหล่านี้ด้วยตัวพวกเขาเอง และพวกเขาได้เขียนวิธีควบคุมยานบินทั้งสี่แบบเหล่านี้ไว้ซะด้วย!!

ในปี ค.ศ.1875 มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับยานชนิดนี้ในวัดแห่งหนึ่งในอินเดีย เป็นหลักฐานที่มีอายุออยู่ในช่วงศตวรรษที่สี่ก่อนคริสต์ศักราช ในหลักฐานนั้นบ่บอกถึงวิธีการควบคุมยานวิมาน รวมถึงการบังคับเลี้ยว การระมัดระวังในการเดินทาง การป้องกันยานจากพายุและสายฟ้า และยังบอกวิธีการขับเคลื่อนโดยการใช้แสงอาทิตย์ที่คล้ายๆ กับ “แรงต่อต้านแรงโน้นถ่วง”

นอกจากนี้ หลักฐานชิ้นนี้ยังบอกวิธีการสร้างยานวิมานอย่างละเอียดถึงชิ้นส่วนของยาน 31 ชิ้น และวัสดุที่ใช้สร้างอีก 16 อย่าง ซึ่งวัสดุพวกนี้มีคุณสมบัติที่ดูดซับแสงและความร้อนได้ และนี่คงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างยานที่สามารถขับเคลื่อนไปบนฟ้าได้

เป็นไปได้ว่ายานวิมานจะต้องใช้พลังบางอย่างที่สามารถต่อต้านแรงโน้มถ่วงได้อย่างแน่นอน มันออกตัวในแนวดิ่งจากพื้นดิน และยังสามารถลอยอยู่บนฟ้าได้ราวกับเฮลิคอปเตอร์หรือยานบินในสมัยนี้ซะอีก ในด้านพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนนั้นหลักฐานกล่าวไว้ว่า ยานวิมานใช้ของเหลวสีขาวอมเหลือง(Yellowish white liguid)เป็น สารประกอบที่คล้ายกัยปรอท ดูเหมือนว่าบางทีของเหลวสีขาวอมเหลืองนี้อาจเป็นสารที่คล้ายๆ กับน้ำมันเชื้อเพลิงและใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือเครื่องยนต์ไอพ่นก็ได้

นอกเหนือจากหลักฐานแท่งอักขระแล้ว ก็ยังมีเนื้อเรื่องบางส่วนในมหากาพย์มหาภารตะกับรามายณะที่บรรยายลักษณะของ ยานวิมานว่ามีรูปร่างเป็นทรงกลมและขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วยิ่งกว่าสายลม โดยใช้ปรอทเป็นตัวขับเคลื่อน การขับเคลื่อนคล้ายกับ UFO ไม่มีผิด เพราะสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง ถอยหลังหรือเดินเท้าได้ตามที่นักบินต้องการ และระบุว่ายานวิมานเป็นเครื่องจักรกลที่ทำด้วยเหล็ก เชื่อมติดกันอย่างดีและเรียบร้อยสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยใช้ปรอทพ่นออกมา จากข้างหลังของตัวยานในรูปแบบของเปลวไฟคำราม (Roaring Flame)

ยานบิน3

นักวิทยาศาสตร์ชาวโซเวียตได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “เครื่องมือในยุคโบราณที่ใช้ระบบนำร่องของยาน” ในถ้ำแห่งหนึ่งของประเทศตุรกีและในทะเลทรายโกบี มันเป็น “อุปกรร์” ที่เป้นรูปทรงครึ่งวงกลมที่ทำมาจากแก้วเหมือนถ้วบชาม โดยส่วนปลายสุดจะเรียวเล็กลงเป้นรูปกรวยและมีสารปรอทอยู่ภายในด้วย หลักฐานบ่ชี้ว่าชาวอินเดียในสมัยโบราณเคยใช้พาหนะนี้บินผ่านทั่วเอเชียมา แล้ว และอาจจะเคยบินผ่านทวีปแอตแลนตีสมาแล้วด้วย

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงรถศึกเพลิงกัลป์ (Fiery Charot)ไว้ ในมหากาพย์มหาภารตยุทธว่า “ภีมะขับรถของเขาบินสู่ฟากฟ้า ลุกสว่างราวกับแสงอาทิตย์ เสียงดังราวกับฟ้าผ่า ราชรถที่อยู่บนฟ้า ลุกสว่างราวกับเปลวเพลิงที่ส่องสว่างฟากฟ้ายาวค่ำคืนของฤดูร้อน มันบินโฉบไปราวกับผีพุ่งใต้ ราวกับมีพระอาทิตย์สองดวงกำลังส่องแสงอยู่กระนั้น และสวรรค์ทั่วทั้งชั้นฟ้าก็สว่างขึ้นบัดดล”

ยานบิน4

คัมภีร์พระเวท (Vedas) หลักฐานทางฮนดูโบราณที่เก่าแก่ที่สุดก็คือกล่าวถึงยานวิมานว่า “อนิโหตระวิมาน (Ahnihotra-Vinana) เป็นยานที่มีสองเครื่องยนต์, วิมานรูปช้าง (Elephant VimanaX,มีเครื่องยนต์มากกว่านั้น และระบุชื่อยานวิมานรูปแบบอื่นๆ ที่ตั้งชื่อเป็นสัตว์ต่างๆ

ชาวแอตแลนติสเคยใช้ยานบินที่เรียกว่า “ไวลิกซี(Vaillxl)” มีรูปร่างคล้ายกับเครื่องบินในสมัยนี้ หลักฐานของอินเดียว่าคนทวีปนี้ต้องการจะใช้ยานของเขาเพื่อครอบครองโลก

ยานของแอตแลนตีสเรียกว่า “อัศวิน (Asvins)” และยังบอกว่าชาวแอตแลนตีสมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าของอินเดียและยังเป็นที่ชื่นชอบการทำ สงครามด้วย แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกถึงยานบินวืมานก็ตาม แต่ก็มีข้อมูลบางอย่างอยู่บ้าง เช่นว่า รูปร่างคล้ายซิการ์และสามารถแทรกตัวลงใต้น้ำได้ดีพอๆ กับการบินผ่านชั้นบรรยากาศหรือนอกโลก

เอกลัล เกศนะ ผู้แต่งหนังสือชื่อ The Ultimate Frontier พิมพ์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1966 กล่าวว่าวิมานสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ 20000ปีก่อน ในทวีปแอตแลนติส และส่วนใหญ่มีรูปร่างคล้ายๆ จานแบนๆ ภาคตัวยานตัดขวางรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีเครื่องยนต์รูปครึ่งวงกลมสามตัวติดตั้งอยู่ส่วนล่างของยาน…พวกเขาใช้ อุปกรณ์ต่อต้านแรงโน้นถ่วงที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ที่มีกำลังประมาณ 30,000แรงม้า

บางตอนในมหากาพย์รามายณะกับมหาภารตะก็เคยกล่าวถึงสงครามมหาประลัยครั้งนั้นว่า “อาวุธที่เคลื่อนที่เป็นวิถีโค้งปลดปล่อยพลังของเอกภพมาอย่างมหาศาล เปลวเพลิงและควันที่ลุกโซติช่วงราวกับมีพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่นับพัน ดวง…พายุสายฟ้ากัมปนาท ผู้ส่งสารแห่งความตาย ที่นำมาซึ่งขี้เถ้า เผ่าพันธุ์ทั้งปวง……..ซากศพกลับถูกเผาไหม้ จนจำหน้าตาไม่ได้ ผมและเล็บก็หลุดร่วงออกมาเครื่องดินเผาต่างๆ กลับแจกหักโดยไม่รู้สาเหตุ และนกก็เปลี่ยนเป็นสีขาว………หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงอาหารทั้งหมดก็เป็นพิษ เพื่อที่จะหนีออกมาจากไฟบรรลัยกัลป์นี้ ชะล้างตัวพวกเขาและเครื่องไม้เครื่องมือของพวกเขาด้วย

นี่เขาบรรยายมหาภารตะหรือบรรยายเรื่องมหาสงครามนิวเคลียร์นี้!!

และดูเหมือนว่ามหากาพย์มหาภารตะจะเป็นเรื่องจริงซะ ด้วย เพราะว่ามีการค้นพบอุโมงค์ในซากโบราณสถานในเมืองโมเฮ็นโจดาโร เมื่อศตวรรษที่แล้ว พวกเขาพบโครงกระดูกหลายซาก บางโครงนอนกุมมืดอยู่บนหน้าอกด้วยความกลัว ราวกับมีหายนะครั้งใหญ่ นอกจากนี้เขายังพบสารกัมมันตรังรังสีค้างอยู่ในตัวด้วย

เมื่ออาณาจักรแอตแลนตีสกับรามาล่มสลายด้วยอาวุธนิวเคลียร์หรืออะไรก็เถอะ โลกก็เริ่มเข้าสู่ยุคหิน และประวัติศาสตร์สมัยใหม่ก็ดำเนินต่อไปอีกนับพันปี แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวของจานบินวิมานยุคโบราณจะไม่สูญหายไปไหน เพราะมันปรากฏอีกทีก็บันทึกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์บุกโจมตีอินเดียเมื่อสองพันปีก่อน มีบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งกองทัพของพระองค์ถูกโจมตีโดยโล่บินได้ที่ทำให้รถศึกและกองทัพของพระองค์ต้องหวั่นเกรงไปตามกัน

ว่ากันว่าสมาคมลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ภราดรภาพ (Brotherhoods) ได้เก็บยานวิมานกับยานไวลิกซี่ไว้ในถ้ำลึกลับที่ไหนสักแห่งในทิเบตหรือเจ กลางเอเซียรวมทั้งทะเลทรายลอปนอร์ (Lop Nor Desert) ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของจีน ที่มีคนกล่าวขวัญกันมากที่สุดว่าเป็นศูนย์กลางของลึกลับ UFO

ยานบิน5

ในช่วงปี ค.ศ.1930 พรรคนาซีของฮิตเลอร์เคยส่งนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีไปยังอินเดียเพื่อ เก็บเรื่องราวลึกลับและวิทยาการในสมัยโบราณที่พวกเขาเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง พวกเขาเชื่อว่าอารยธรรมในอดีตนั้นมียานบินต่างๆ และรวมไปถึงอาวุธทำลายล้างที่พวกเขาเคยใช้ในอดีต

นักโบราณคดีเยอรมันได้ถอดความสันสกฤตโบราณและอักขระโบราณเหล่านี้ว่ามีการบรรยายถึงเหตุการณ์ที่มียานบินผ่านอยู่บนฟ้า โดยมีผู้สังเกตการณ์อยู่ในทวีปอเมริกาใต้, อาฟริกา, แถบแปซิฟิก และอื่นๆ เกือบทั่วโลก และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ยังคงได้ศึกษาวิจัยต่อจากประเทศอเมริกาและโซเวียตให้การสนับสนุน

นอกจากนี้ยังมีทีมงานของจีนก็เคยทำการสืบค้นอักขระภาษาสันสกฤตทั้งในทิเบตและ อินเดียเหมือนกัน และทางจีนเคยยืนยันแล้วว่าข้อมูลจากแหล่งโบราณเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในโครงการสำรวจอวกาศของพวกเขา

ทางด้านอเมริกาเองก็เคยทำการสืบสวนในเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ.1947 เหมือนกัน แต่น่าเสียหลักฐานต่างๆถูกทำลายจนหมดสิ้น เช่นห้องสมุดอเล็กซานเดรีย (The Great Lirary of Alexandria) ที่ถูกทำลายเพราะกองทัพโรมัน และทำให้หลักฐานต่างๆ ถูกเผาทำลายจนหมด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นกุญแจไขความลับเรื่องยานบินยุคโบราณให้เราทราบได้

ปิดท้ายด้วย OOPARTS ที่เกี่ยวข้องกับยานบินยุคโบราณ

ยานบิน6

คานติดเพดานอายุกว่า 3000 ปี ในวิหารอาบิดอส โบราณทางใต้ของไคโร ของอียิปต์ บริเวณที่ราบสูงกิซา มีภาพประติมากรรมยานลึกลับปรากฎอยู่

ยานบิน7และนี่ก็อีกตัวอย่างที่พบในเม็กซิโก

ยานบิน8

ภาพจากตำนานของชาวสุเมเรียน/บาบิโลเนียน เทพเจ้าพร้อมกับยานของพระองค์

ยานบิน9

อันนี้เป็นศิลปะเม็กซิกันโบราณ เป็นยานพาหนะของเทพเจ้า

ที่มา : webboard.sanook

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทดสอบบบบบบบบบบบบบ

ทดสอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สวัสดีปีกระต่าย

สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน เริ่มต้นปีนี้ด้วย คลิปนี้ครับ

ผมรอคอย ให้ ข่าว สารคดี และบริษัทหนังระดับโลก จับมือกัน ทำให้ การอนุรักษ์ส่ิ่งแวดล้อม ส่งสารไปยังมนุษย์ชาติ มา17 ปี ตั้งแต่อายู 18 ปี ในช่วงผมยังเป็นเยาวชนรักธรรมชาติ

นักกิจกรรมที่ YMCA เชียงใหม่ กว่ากระแสจะจุดติดๆ ดับๆมานับ 10 กว่าปี จนโลกเราเริ่มตระหนักถึง กระแสบริโภคนิยมในระดับมหาภาค จากวันที่ซื้อของแล้วไม่เอาถุงพลาสติก จนวันนี้มันเป็นเรื่องที่คนทั่วไปสัมผัสได้ แม้มันจะไม่ทำเงิน แต่มันก็บ่งบอกถึงความปรกติที่ควรจะเป็นในเวลานี้เป็นอย่างมาก ยินดีกับปีกระต่าย ปีแห่งการตระหนักถึง ธรรมชาติ สันติภาพ และวิถีชีวิต โดยมีเทคโนโลยีเป็นสื่อ คงจะไม่เป็นเรื่องสายเกินไปนะครับ สวัสดีปีใหม่นะครับทุกท่าน

Leave a comment

Filed under ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, Uncategorized

ไปทำงานปรกติ

นอนเครียดมา ฉอง วัน เป็นไงเป็นกัน เช้านี้ก็ไปทำงานปรกติ ออกจ๊อบไม่ได้เข้าออฟฟิต มันเหมือน ผ่านโปรไงไม่รู้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตการทำงานเลย ทั้งที่เจอน้องๆ ก็บอกว่า สิ้นเดือนคงรู้ ส่วนตัวแล้ว ทำงานมีความสุข ไม่เครียดเลย หัวเราะโอกอากๆๆ เพราะว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้จะเป็นไงก็ช่าง อยู่เสมือนทำงานวันสุดท้าย ทุ่มเทมาก รู้สึกว่า เราทำงานดีกว่าเดิมเยอะเลย ช้าแต่ว่า ชัดเจน แก้ปัญหาทันที เยี่ยม แอบยกนิ้วให้ตัวเอง ถ้าทำตัวอย่างนี้เสียแต่วันแรก ไม่มีคำตอบว่าไม่ผ่านโปรแน่ๆ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ใกล้เข้ามาแล้ว

วันนี้ได้โทรไปให้ เจ้าหน้าที่ ที่เก็บเอกสารเรื่องการประเมินผลการทำงาน ให้นำ เอกสารการประเมิน ไปให้ัหัวหน้าสาย ทำการประเมิน เนื่องจากภาระกิจของ สำนักงานมีมาก เรื่องของผมอาจตกหล่น และเรืองนี้น้องๆแนะนำว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ของตน หากช้าไปอาจเสียได้ เนื่องจากเมื่อเช้านี้ น้องๆได้ถามมาว่า เมื่อไหร่พี่จะประเมินซะที จึงแจ้งให้น้องๆทราบว่า เลยมา 2 วันแล้ว

ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ผมก็ต้องโดนประเมินอยู่ดี ตื่นเต้นเหมือนกัน นาทีนี้ ตรงนี้สำคัญที่สุดแล้วในชีวิต เตรียมตัวตอบคำถามต่างๆให้พร้อมและกันไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ประกาศ

ช่วงนี้ขอ งด อัพ blog ชั่วคราว เนื่องจาก ยังไม่ผ่านโปร อาจตกงานได้ ถ้ากังวลเรื่องอัพ blog

จะประกาศโปร 15/8/53

บางครั้ง เราก็ อาจ เฮง ที่เจอคนประเมินดี หรือซวย ถ้าเจอคนตรงกันข้าม นี้คือประเด็นนอกเหนือจากเนื้องาน

ปัญหาอยู่ที่งาน หรือ อยู่ที่คน ถ้าอยู่ที่งาน ก็ถือว่าโชคดีมีโอกาสแก้ตัวในเวลาที่เหลือ ถ้าอยู่ที่คน ก็รับกรรมไป เพราะว่า มันสุดวิสัย เกินศักยภาพของตัวเอง เพราะผมเน้นเรื่องงาน นอกนั้นเป็นรายละเอียดปลีกย่อย ทำดีที่สุดแล้ว

ช่วงชีวิตช่วงนี้ ถือว่าที่สุดแห่งการทดสอบ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

เข็มขัดสั้น ยุค 0110

iphone 3gs หั่นราคาล้างสต๊อกต่ำกว่าทุนอีกแล้ว

ไอโฟนทำการลดราคาอีกแล้ว เพื่อล้างสต๊อก เนื่องจากสินค้ากำลังจะตกรุ่น ที่สำคัญเตรียมปล่อยไอโฟนรุ่นล่าสุดวางจำหน่าย มิ.ย.นี้

ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ สหรัฐอเมริกา ถูกจุดระเบิด เปิดสงครามราคา อีกครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยการประสานความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือ “แอปเปิล-เอทีแอนด์ที-วอลมาร์ท”

ปฏิบัติการประกาศสงคราม ลดราคาในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถูกขับเคลื่อนผ่านเคาน์เตอร์ไอโฟน ในเครือข่าย ค้าปลีกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลกของ ค่ายวอลมาร์ท โดยมีค่ายแอปเปิล ในฐานะ เจ้าของผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทสมาร์ทโฟน รุ่นไอโฟนและค่ายเอทีแอนด์ที ในฐานะผู้แทนจำหน่ายซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจแนบแน่นของแอปเปิล คอยให้การสนับสนุนในการทำราคา สลักระเบิดสงครามราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ระลอกล่าสุดในตลาดสหรัฐอเมริกา ถูกถอดออกเมื่อค่ายวอลมาร์ท ประกาศทุบราคาไอโฟนลงแบบต่ำกว่าทุนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม เป็นต้นมา

ไอโฟน 3จีเอส ซึ่งมีหน่วยความจำ 16 กิ๊กกะไบต์ ถูกกระหน่ำจาก 199 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,500 บาท ลงมาเหลือเพียง 97 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,200 บาท โดยมีเงื่อนไขเพียงแค่ต้องผูกพันสัญญาใช้บริการกับเอทีแอนด์ทีเป็นเวลา 2 ปีเท่านั้น

สาเหตุของปฏิบัติการทุบราคาแบบลืมทุนของไอโฟน โดยอาศัยเครือข่าย วอลมาร์ทคราวนี้ ไม่ใช่เป็นความใจบุญใจกุศลของค่ายแอปเปิล ที่ต้องการแบ่งเบาภาระคืนกำไรแก่ลูกค้า แต่ทั้งหมดล้วนเป็น การตัดสินใจจากเหตุปัจจัยทางธุรกิจทั้งสิ้น เนื่องจากแอปเปิล วางแผนเตรียม ปล่อยไอโฟนตัวใหม่เอี่ยมออกตลาด ในระหว่างงาน “เวิร์ลไวด์ดีเวลอปเปอร์คอนเฟอร์เรนซ์” ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกินที่เมื่อจะปล่อย สินค้าใหม่ ย่อมจำเป็นต้อง ล้างสต็อกสินค้าซึ่งกำลังจะตกรุ่น และหนทางที่เซียน การตลาดทั้งหลายเชื่อมั่นในสรรพคุณการ ช่วยล้างสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงยิ่ง คือการลดราคาแบบสะบั้นหั่นแหลก เฉกเช่น ที่แอปเปิลกำลังกระทำต่อไอโฟน 3จีเอส

เอาเป็นว่าสาวกไอโฟนชาวไทยก็รอติดตามต่อไปว่าตัวใหม่ออกมาจะมีคุณสมบัติตาม ที่ต้องการไหม ที่สำคัญต้องดูราคาด้วยนะคะว่า เหมาะกับกำลังทรัพย์ของเราหรือไม่

Content by Voice TV

31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11:28 น.

โดยส่วนตัว ชอบ สตีฟ จ๊อบ มาก แต่ว่าสินค้าของเขา ก็แพงมากเช่นกัน ยกเว้นกรณี ล้างสต๊อกแบบนี้ ในราคา ถูกกว่ามือถือผม เกือบครึ่ง (ืNokia ุ6300 ) แลกกับโดยไม่ได้ Android ผมรับได้ เพราะว่า App ก็เขียนเองอยู่แล้ว หรือหาของชาวบ้านมาปรับแต่งเอง สนองความชอบส่วนตัว ว่าแต่จริงหรือเปล่าเท่านั้นแหละ

Leave a comment

Filed under Uncategorized