Category Archives: ฝึกตน

หมากล้อม

ผมเพิ่งสอบ 8  คิวผ่านไปได้ ประมาณ 1 เดือน

แรกผมชอบหมากล้อมตอนเรียน  ป ตรีที่ พายัพ มากแต่รู้สึกว่า ยาก และซับซ้อนเกินไป

เวลาผ่านมา 9 ปี สมองผมพัฒนาจาก เด็กอายู16 ที่มาอยู่ในร่างอายู26 จนตอนนี้อายูสมองเริ่มจะไล่อายูจริงทันแล้ว แต่ยังฟันธงไม่ได้ว่าอายูสมองตอนนี้ มันกี่ปี่แล้ว เพราะว่าปีนี้รู้สึกว่าสมองเรา เริ่มจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้นจริงๆจากปีก่อนที่ มองเห็นอะไรชัดเจนยิ่งขึ้น อยากจะบอกว่า โกะมันง่ายมากๆ

เข้าเรื่องเลย นี้เป็นบทความที่น่าสนใจเลย ก๊อปมาเก็บไว้ ที่มาจาก เว็บสมาคมโกะแห่งประเทศไทย

สุดยอดเคล็ดลับศาสตร์หมากล้อม โดยปรมาจารย์อู๋ชิงหยวน


        อู๋ชิงหยวน ปรมาจารย์หมากล้อมแห่งศตวรรษที่ 20 เป็นผู้ที่น่าจะถือได้ว่าเข้าถึงปรัชญาจักรวาลในหมากล้อม                 นี้มากที่สุดคนหนึ่ง กิมย้งนักเขียนนิยายกำลังภายในชื่อดังก็เป็นผู้หนึ่งที่เลื่อมใสในอาจารย์อู๋ชิงหยวน เพราะกิมย้งเองโดยส่วนตัวก็ชอบเล่นหมากล้อมอยู่แล้ว แต่ที่ตัวเขาเลื่อมใสอาจารย์อู๋ชิงหยวนนั้นไม่ใช่แค่เพราะพรสวรรค์อันเปี่ยมล้นของตัวอาจารย์อู๋ชิงหยวนเท่านั้น แต่เพราะอาจารย์อู๋ชิงหยวนเป็นยอดนักหมากล้อมแห่งศตวรรษที่ 20 คนแรกที่สามารถนำเอาศิลปะแห่งเกมกีฬาอย่างหมากล้อมที่มุ่งเน้นในการแพ้ชนะอย่างเดียวนี้ มายกระดับให้สูงส่งขึ้นถึงขั้นสุดยอดแห่งภาวะความเป็นมนุษย์แบบเต๋าได้

        อาจารย์อู๋ชิงหยวน ต่างจากนักหมากล้อมฝีมือเลอเลิศทั่วไป ตรงที่นักหมากล้อมฝีมือเลอเลิศนั้นเกิดขึ้นบ่อยในทุกยุค แต่ยอดปรมาจารย์แห่งวงการหมากล้อมนานที นับเป็นหลายร้อยปีถึงจะปรากฏขึ้นสักครั้งความยิ่งใหญ่ของอาจารย์อู๋ชิงหยวนนั้นอยู่ที่ท่านได้นำหลักธรรมของเซนเรื่องการประคองสภาวะของจิตอันเป็นปกติในทุกสถานการณ์มาใช้ในเกมการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างหมากล้อมอย่างประสบความสำเร็จ

ท่านใช้หมากล้อมเป็นศิลปะในการบ่มเพาะสภาวะจิตแบบเซน หรือสภาวะแห่ง “จิตอันเป็นปกติ” นี้ซึ่งทำให้สำหรับตัวท่านแล้ว การเล่นหมากล้อม มิใช่เกมที่ไร้สาระ ผลาญพลังงานและผลาญเวลาไปเปล่าๆมิหนำซ้ำยังทำให้เกิดอัตตายึดติดในผลแพ้ชนะอันเป็นโทษที่แลเห็นได้ชัดของการหมกมุ่นในหมากล้อมที่ต้องระวังให้มาก กล่าวโดยนัยนี้เราต้องถือว่า อาจารย์อู๋ชิงหยวนประสบความสำเร็จในการยกระดับการเล่นหมากล้อมการฝึกฝนหมากล้อมของท่านให้กลายเป็นวิถีธรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งเซนและเต๋า เพื่อการชำระจิตใจของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ อาจารย์อู๋ชิงหยวนถึงกล้านำเสนอแนวคิดแบบเต๋าที่ว่าด้วย “ความปรองดองกับจักรวาล” ในหมากล้อมโดยหลักการนี้มุ่งที่จะสร้างดุลยภาพให้เกิดขึ้นในเกมการแข่งขัน เน้นการสร้างสรรค์แปลกใหม่ในแต่ละเกมเพิ่มมิติมุมมองใหม่เชิงศิลปะในเกมหมากล้อม มากกว่าการให้ความสำคัญในเรื่องผลแพ้ชนะ “ลำพังแค่การค้นคว้าทางเทคนิคอย่างเดียว เราไม่สามารถที่จะเข้าถึงหรือบรรลุถึงสภาวะแห่ง “ตรงกลาง” นี้ได้ เพราะ “ตรงกลาง” นี้มันจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา พร้อมๆ
กับหมากแต่ละหมากที่ได้วางลงไป ผู้ที่จะเข้าถึงสภาวะนี้ได้จะต้องเป็นผู้ที่สามารถทำจิตของตนให้ใสกระจ่างดุจกระจกที่สามารถสะท้อนภูมิปัญญาอันล้ำเลิศของจักรวาลออกมาในการเดินหมากแต่ละหมากที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้”

เพราะหมากล้อมเป็นโลกที่ไร้รูปไร้ขอบเขตที่ไม่อาจควบคุมหรือจัดการได้ด้วยเทคนิคล้วนๆ หรือด้วยเทคนิคแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น วิถีของปรมาจารย์หมากล้อมอย่างอู๋ชิงหยวน จึงอยู่ที่แค่มุ่งค้นหา “ตรงกลาง” ในท่ามกลางความไร้รูปไร้ขอบเขตของหมากล้อมเท่านั้นไม่มีอย่างใดอื่นอีก และผลพวงของการแสวงหาการค้นหานี้คือ การค้นพบหลักการหรือ หลักความจริงของหมากล้อมหรือ ประกาศิตของหมากล้อม ที่ใครก็ไม่อาจละเมิดได้หาไม่แล้วเมื่อคนผู้นั้นได้พบกับคู่ต่อสู้ที่เข้าใจหลักความจริงของหมากล้อมนี้ได้ลึกซึ้งกว่าเขาก็จะได้รับความเจ็บปวดจากบทเรียนราคาแพงเสมอแก่นแท้ของหลักกลยุทธ์ก็ล้วนแฝงอยู่ในหลักความจริงของหมากล้อม หรือประกาศิตของหมากล้อมนี้ทั้งสิ้น

คุณูปการที่ยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่งของอาจารย์อู๋ชิงหยวน ที่มีต่อวงการหมากล้อมสมัยใหม่ก็คือท่านกล้าสลัดทิ้ง “หลักความจริงแบบเก่า” ของหมากล้อมที่เชื่อกันมานับร้อยๆ ปีว่าหมากล้อมจะต้องเดินจากมุมสู่ด้านข้างสู่ตรงกลางกระดานตามลำดับนี้เสมออย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อาจารย์อู๋ชิงหยวนในวัยหนุ่มน้อยเพียงแค่ 19 ปี ก็กล้าคิดนอกกรอบด้วยการนำเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการเปิดเกมที่ไม่ยึดติดกับหลักการเดิมในอดีตแต่เริ่มจากมุมมองใหม่ที่มองว่า “หลักความจริงแบบใหม่” ของหมากล้อมก็คือเสรีภาพที่จะเลือกวางหมากได้อย่างอิสรเสรีตรงไหนก็ได้โดยคำนึงถึงดุลยภาพและความปรองดองของหมากทั้งกระดานเป็นสำคัญ

นี่คือการปฏิวัติทางความคิดเกี่ยวกับหมากล้อมในวงการหมากล้อมของอู๋ชิงหยวนโดยแท้เพราะเป็นการนำเสนอว่า โลกของหมากล้อม คือจักรวาลอันไร้ขอบเขตซึ่งเป็นมุมมองที่ไม่มีนักหมากล้อมคนไหนในญี่ปุ่นก่อนหน้านั้น กล้านำเสนอมาก่อนนับร้อยๆ ปีมาแล้วจากความเข้าใจใหม่อันนี้ เมื่อเรามาศึกษาถึงประกาศิตต่างๆ ของหมากล้อม
เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเรื่องหลักกลยุทธ์ เราจะได้ บทเรียนเชิงกลยุทธ์จากหลักความจริงของหมากล้อม ต่างๆ
ดังต่อไปนี้

(1) อย่าเดินหมากครึ่งๆ กลางๆ

(2) อย่าทำร้ายหมากของตนเอง หากจำต้องสละหมากบางส่วนก็เพื่อที่จะได้ผลประโยชน์ในทางอื่นตอบแทนกลับคืนมาเสนอ

(3) อย่าหมกมุ่นอยู่กับการสู้รบ จนกลายเป็นสู้เพื่อที่จะสู้เท่านั้นโดยไม่ได้คำนึงถึงผลได้ผลเสียในแต่ละสนามรบเลย การสู้อย่างหัวชนฝา อย่างตาบอดเช่นนี้จะนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ในสงครามเท่านั้น

(4) จงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเกมที่ตัวเองเล่น จนกระทั่ง ความหมายของเกมนั้นในขณะนั้นคือโลกทั้งหมดของผู้เล่นคนนั้นในขณะนั้น

(5) ผู้ที่ไม่สามารถเคลื่อย้าย สลับปรับเปลี่ยนมุมมองในระดับภาพรวมกับในระดับเฉพาะส่วนได้อย่างดังใจ ย่อมพ่ายแพ้ต่อผู้ที่สามารถทำเช่นนั้นได้ ในขณะดำเนินกลยุทธ์เสมอ

(6) หนึ่งหมากคือหนึ่งโอกาสเสมอ ในกระดานที่หมากเริ่มถูกถมเต็มยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่หมากๆหนึ่งจะส่งผลสะเทือนต่อสถานการณ์โดยรวมก็จะยิ่งลดน้อยลงตามลำดับ

(7) ทั้งในหมากล้อมและในชีวิตจริง ความได้เปรียบจากการเป็น “มือนำ” จะดำรงอยู่เสมอ

( อย่าเดินหมากที่ช่วยให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

(9) อย่าเล่นหมากช่วงปิดเกมก่อนช่วงกลางเกม และอย่าเล่นหมากช่วงกลางเกมก่อนช่วงเปิดเกมเราต้องเล่นหมากที่เหมาะสมกับขั้นตอนที่เรากำลังอยู่ในเกม

(10) ชัยชนะในหมากล้อมจะมีกับผู้ที่เคารพความจริงที่ว่าเราไม่สามารถรู้ความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในเกม เราจึงต้องยอมรับความไม่แน่นอนนี้และปรับตัวให้เข้ากับความไม่แน่นอนหรือความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ดีที่สุดโดยที่ชัยชนะเป็นเพียงผลพลอยได้ของการปรับตัวนี้เท่านั้น

(11) อย่ายึดติดกับแผนการที่วางไว้ก่อนหน้านั้น แผนการมีไว้ยกเลิก

(12) ต้องคิดใหม่ และคิดใหม่อยู่เรื่อยๆ เพราะทุกเกมในหมากล้อมเป็นเกมใหม่สดที่ไม่เคยซ้ำรอยเลยและชีวิตก็เช่นกัน

(13) หมากที่วางลงไปแล้วขยับไม่ได้ ต่อให้เดินพลาด เดินไม่ดีไปแล้วก็ต้องยอมรับหมากที่ตัวเราได้เล่นไปแล้ว

(14) จงเดินหมากที่ให้ประโยชน์ได้หลายทาง

(15) เราไม่มีทางรู้จิตใจของคู่ต่อสู้ โดยดูแค่หมากของเขาเท่านั้น

(16) รูรั่วเล็กๆ อาจกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ได้ ต้องเอาใจใส่ แม้แต่จุดอ่อนเล็กๆ น้อยๆในกลุ่มหมากของตน เกมทั้งเองอาจพลิกคว่ำพ่ายแพ้ได้ ถ้าผู้เล่นสนใจแต่ภาพใหญ่เท่านั้นโดยขาดความละเอียดรอบคอบในเรื่องเล็กๆ งานด่วนจึงต้องมาก่อนงานใหญ่เสมอ

(17) จงเดินหมากอย่างลื่นไหล ไม่หนักไป ไม่อ่อนไป ไม่แน่นไป ไม่หลวมไป

(18) โจมตีไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่โจมตีเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

(19) วิถีของหมากล้อมคือ การแสวงหาหมากที่ดีที่สุดอย่างไม่มีวันจบสิ้น และพยายาม”ก้าวข้าม” หลักความจริงแบบเก่าเสมอ

ภูมิปัญญาหมากล้อมเพื่อการเข้าถึงแก่นแท้ของกลยุทธ์นั้นมีอย่างอุดมสมบูรณ์ยิ่งเท่าที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น เป็นแค่บางส่วนเท่านั้นสุดท้ายแล้วผู้นั้นก็ต้องกระโดดเข้ามาศึกษาด้วยตนเอง เพื่อเข้าถึงด้วยตนเองภูมิปัญญาแห่งกลยุทธ์จากหมากล้อม จึงจะกลายเป็นของคนผู้นั้นได้

Advertisements

Leave a comment

Filed under ฝึกตน

SWOT FOR MY GOAL

สาเหตุที่ผมไม่สามารถทำสิ่งทั้งหลาย ไม่สำเร็จมานานหลายปี เพราะว่า

1.ท้อ แค่คิดก็หงายหลัง

2. แต่ละอันก็สำคัญ เคยคิดจะเขียนตัวอักษรล้านนา วันละ 10 นาที แต่ทำได้สองวันเลิก ท่องศัพท์วันละ 10 คำ สามวันเลิก

3.กลับห้องมา โดดเล่นเน็ตก่อนเพื่อนเลย ไม่มีอะไรเตือนใจ พอนึกขึ้นได้ ตี 2 พอดี เวลาอยู่ กับ สิ่งเพลินๆ เวลาผ่านเร็วมาก

จุดแข็ง

1.ผมเป็นคนที่ถ้าจะทำต้องทำให้สำเร็จ แม้จะช้าก็ให้เสร็จ บางครั้ง ไม่ดูเวลาเร่งด่วน ติดแนวคิดสมบูรณ์แบบ

2.ผมตั้งเป้าแล้ว ไม่ทำหรือทำไม่ได้จิตจะตก อันนี้น่าจะจุดอ่อนนะ เหอๆ

จุดอ่อน

1. ใจร้อน คิดแล้วต้องให้ได้

2. มีเวลาให้กับสิ่งแต่ละอย่างน้อยไปหรือเปล่า

3. ตั้งใจดี แต่ทำจริงเป็นพักๆ เพราะเลิกงานมาเหนื่อยมาก

4. หมดแรงก่อน ไม่ค่อยกระตุ้น หยอนความเพียร

5 .ใช้อารมณ์ในการทำแต่ละอย่างเป็นที่ตั้งไม่ใช้ เป้าหมาย หรือหน้าที่เป็นตัวเตื่อนสติ

6. ไม่ค่อยต่อเนื่อง ไม่จดจ่อ และติดตามอย่างใกล้ชิดถ้าสิ่งนั้นฝืนความรู้สึก แม้ดีก็รู้แต่ไว้ที่หลัง เลยไม่ได้ทำ

7.เอาใจตัวเองว่า ไม่เอา กำลังขณะนั้นประเมินสถานการณ์

โอกาส

1. โสด

2.ผ่านความลำบากมา และมีวันนี้ด้วยสองมือ ภูมิใจมาก

3.สุขภาพยังไม่มีอะไรน่าหนักใจ

4.ได้ทุนเรียนภาษา

5. มีกรรมฐาน

6. สำคัญที่สุด ยังมีลมหายใจ ทำให้ยังมีเวลาอยู่

อุปสรรค

1.หาเงินเองทุกบาท

2.ไม่ค่อยตัดอะไรออก ชอบแบบอะไรก็จะทำทำให้คิดนาน

3.หนี้พอกวนใจ

4.อายู ไปเร็วพอๆักับดอกเบี้ย

5.สุขภาพ หายใจติดขัดเวลาอยู่บนถนนรถติดนานๆ ตัวนี้เลยทำให้ต้องกลับมาคิดว่า เรามาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร

6.รายได้น้อย

8.17 P.M ไปออกกำลังกายก่อน กลัีบมาค่อยว่ากันใหม่

Leave a comment

Filed under ฝึกตน

ขอตัวช่วยหน่อย ใครก็ได้

วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง

แบ่งนอนไปสัก 5 เดินทางให้สัก 3 ทำงาน 8 พักผ่อนเอาไปเลยรวมทำความสะอาดห้อง กับอาบน้ำแล้ว 3 อยากทำไรก็ทำ จะนอนก็ได้ แต่หักไป หักมา เหลือเวลาแค่ 5 ชั่วโมงต่อวัน จะเอาไปทำอะไรกับเป้าหมายดังนี้

1.อ่านหนังสือสอบ TA

2.อ่านภาษาอังกฤษ เพื่อสอบ  IELE TOEIC

3.เข้าสังคม โกะอีก

4.ไปเกรียนแถว จตุจักร คลองถม ข้าวสาร ตลาด ในวันหยุด

5.ติดตามข่าว manchester city และดูการถ่ายทอดทางเน็ต กับฟังวิทยุ

6.ท่องเน็ต

7.ทำดาวเทียมเพื่อการเรียนภาษา ที่ลุงเหลือสอนมาว่าทำอย่างไรจะได้ดูข่าวตปท ภาษา ได้

8.up www หมื่นครื้น .com พยายามทำทุกวันพระ

9.up blog นี้อีก อยากทำทุกวัน เหอๆๆ

10.ไม่รวมงานำ event วันอาทิตย์ที่จรเข้ามายั่วกิเลส ตามสื่อต่างๆ

11.หัดเขียนตัวอักษรล้านนา

12.ฝึกทำอาหาร

13.ทำสำนักงานบัญชี

14.อ่านหนังสือที่ตู้หนังสือ มีแต่ซื้อ มา ไม่ได้อ่าน เลข เศรษศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฯลฯ

15. ทั้งหมด ยังไม่ได้นับเข้ากับการมีเวลานั่งสมาธิ

16. ยังไม่นับรถมินิ กับ เขียนแบบบ้านไทยล้านนา เพื่อประเทืองอารมณ์อีก กิเลสเยอะแฮะและที่นึกตอนนี้ไม่ได้อีกจิปาถะ

สุดท้าย โทรคุยกับคนบางคนที่ยังเป็นลมเป็นฝนอีกซึ่งนาน น้านๆ โทรทีนึง   กับมีเวลา 5 ชั่วโมง/วัน 35 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ เป็นค่าเฉลี่ย จะยัดโปรแกรมเหล่านี้ไปได้อย่างไร ขนาดตัดเรื่อง หาแฟนแล้วนะ ขออยู่ทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จไปอีกปีก่อน

มองไปทางใหน ชวนหดหู่มาก ท้อก็นอนเฉยเลยก็มี ซึ่งไม่ดีแน่ ปีนี้เลยต้องมาประจานตัวเองในวงกว้างสักหน่อย จะได้อายชาวบ้าน บอกได้คำเดียวว่า ปีนี้ อย่าถอยละ นิก็ผ่านมา 15 ว้ันเข้าไปแล้วกดดันตัวเองหน่อย

ใครมีข้อแนะนำก็แนะกันมานะครับ จะให้เอาตัวใหนออก เหลือตัวสำคัญที่สุด บอกมาครับตอนนี้ผมรักพี่เสียดายน้อง

เลยต้องขอตัวช่วยด่วน

Leave a comment

Filed under ฝึกตน