ข่าวในไทยรัฐวันอาทิตย์ 27/6/53

จำต้องอพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากเมืองกูลิสถาน ประเทศอุซเบกิสถาน ไปยังบ้านใหม่ในดินแดนห่างไกลโพ้นกว่า 2,000 ไมล์ คือเมืองลิสกา ประเทศรัสเซีย…

สมาชิกครอบครัว นางระวีลา ไฮโรวา อายุ 52 ปี รู้สึกกังวลว่าเจ้า คาริม แมวสีสวาดเพศผู้ ที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กจนเติบโต อาจไม่มีความสุขหากหอบหิ้วมันไปอยู่ต่างด้าวต่างแดนด้วย เลยเห็นพ้องต้องกันว่าควรยกให้เพื่อนบ้าน ซึ่งรักเอ็นดูคาริมไม่น้อยกว่า

คุณยายระวีลาได้มอบเฟอร์นิเจอร์และภาชนะ อันน้องเหมียวคาริมโปรดปรานให้เพื่อนบ้านด้วย อาทิ เก้าอี้ พรมปูพื้น ชามใส่อาหารคาริม ด้วยหวังว่าคาริมจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

แต่ผิดคาด ยิ่งกว่าฟุตบอลโลกพลิกล็อก…สองปีให้หลัง นางระวีลาเห็นเจ้าคาริมนั่งป้อว่ออยู่หน้าประตูบ้านในเมืองลิสกา..สภาพทรุด โทรมน่าเวทนาสงสารจับจิตจับใจ ตามเนื้อตามตัวขะมุกขะมอม ร่างกายผ่ายผอมโซหนังหุ้มกระดูก บาดแผล และรอยแผลเป็นเต็มตัว

“เพื่อน บ้านส่งข่าวว่าหลังเราย้ายไม่กี่วันคาริมหายไป จนสองปีผันผ่าน คาริมก็บากบั่นมาถึงที่นี่ เดี๋ยวนี้คาริมสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิมแล้ว” คุณยายเล่าพลางร้องไห้ด้วยความดีใจ

นี่แหละข้อพิสูจน์… วิฬาร์อันว่าแมวเหมียวนั้น “เก้าชีวิต” ยอดทรหด?

อยากเห็นหน้าแมว ตัวนั้น ไปเข้าเว็บ ไทยรัฐ วันดังกล่าวได้ ขนาดแมวยังโดนคนยกย่องในความซื่อสัตย์ และความจริงใจ ต่อนายของมัน คนน่าจะเอาอย่างบ้าง ผมดูแมวเดินทางแล้ว แค่ประเทศในยุโรปจะคณามือผมหรือไม่ เงินก็พอมี เท้าก็มี แถมสื่อสารกับคนรอบข้างได้อีก แมว เงินไม่มีสักบาท ขอความช่วยเหลือใครก็ไม่ได้เพราะว่ามนุษย์พูดกับแมวไม่เป็นแต่แมวมีวิธีของมันที่จะตามหาบ้านเจ้านาย แม้ห่างกันมากมาย เรียกว่าธรรมชาติให้มาเก่งกว่าคนเยอะ คนเรายังต้องพึงแผนที่

ประเด็นเรื่องแมวเดินทางได้อย่างไร ขนาดนายมันย้ายไปอยู่คนละประเทศเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์อภิบายไม่ได้ เหนือคำอภิบายทางวิทยาศาสตร์ ก็ต้องบอกว่า เครื่องมือที่อภิบายความสงสัยของมนุษย์ชาติยังให้คำตอบได้อย่างจำกัด เหมือนกับว่า วิทยาศาสตร์ยังค้นธรรมชาติได้ไม่ถึง – 20 % ของธรรมชาติ ทำไมปลาแซลมอลถึงนัดกันไปวางไข่ที่ต้นแม่น้ำโดยมิได้นัดหมาย ทุกๆปี ทำไมพระอรหันต์สมัยพุทธกาลมาประชุมโดยมิได้นัดหมาย ทั้งที่สมัยก่อนไม่มีมือถือ สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่า วิทยาศาสตร์ มีข้อจำกัด สิ่งอภิบายไม่ได้โดยวิทยาศาตร์ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีอยู่จริง หรือว่า เป็นเรื่องเหลวไหล มนุษย์ยุควิทยาศาสตร์ อย่าได้ดูถูก หรือต้องการเอาชนะธรรมชาติ ทรรศนะคติอันเลวร้ายที่นำธรรมชาติมาเป็นทาสรับใช้กิเลสตนนั้น จะนำความหายะมาสู้มนุษย์ชาติโดยรวม โดยที่ คนไม่ได้ก่อ ก็ได้รับผมกรรมไปด้วย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อน ปัญหาทรัพยากรถูกจัดสรร อย่างไม่เป็นธรรมในสังคมโลก ควรจะถูกแก้ไขที่สาเหตุจริงๆ ไม่ใช่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม สุดท้ายพรมนั้นจะเน่าเพราะปัญหาเยอะเกินพรมจะรับได้ โลกเราก็เช่นกัน สะสมไว้มากๆ จะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง
พระพุทธเจ้าเห็นเหตุความวุ่นวายของโลก เลยแก้ปัญหาที่เหตุ เหตุเกิดจากกิเลสในตัวคน ก็จับคนมาฝึก มาชำระกิเลส ลด ละ เลิก ไปเอง โดยเฉพาะผู้นำทั้งหลาย) เมื่อคนกิเลสลดลง จะไปก่อเรื่องวุ่นวายก็ลดลง ผลกระทบต่อคนอื่นเช่น คนที่ไม่ได้ทำกรรมดังกล่าวก็ลดลง ดั่งคำว่า ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาก็วินาศ

Leave a comment

Filed under ข่าว สาระรอบตัว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s