หามาให้อ่าน ไปเอาจากไทยรัฐ 12/6/53

มิ่งฉางชุน ประมุขตระกูลเถียน เป็นเสนาบดีใหญ่ ร่ำรวยมหาศาล ถึงขั้นเลี้ยงผู้คน ที่คิดว่าเป็นคนดีมีวิชา ที่เข้ามาขอพึ่งพิงอาศัยไว้ถึงสามพันคน

คนเดียวชื่อ เฝิงฮวน ตอนมาเคาะประตูบ้านตระกูลเถียน แต่งตัวซอมซ่อ ปากบอกว่าจะมาขออยู่ด้วย เมื่อถามว่ามีความรู้ ทางไหน ก็เอาแต่สั่นหัว บอกว่า

“ข้าพเจ้าไม่ รู้อะไร ทำอะไรไม่เป็น”

แต่เมิ่งฉางชุนคนใจกว้าง ก็ยังรับเลี้ยงเขาไว้ ขณะที่คนในบ้านต่างก็ดูถูก เฝิงฮวน ยิ่งทำตัวน่ารังเกียจ เรียกร้องไปเสียทุกอย่าง

อยากกินปลา ก็ไม่มีปลาให้กิน เฝิงฮวนบ่นเสียงดังๆ “จะออกนอกบ้าน ก็ไม่จัดรถให้นั่ง”

ไม่ เพียงบ่นให้เพื่อนร่วมบ้านเพิ่มความหมั่นไส้ เขายังเรียกร้องเงินก้อนใหญ่ บอกว่าจะส่งไปให้เลี้ยงดูแม่

เมื่อไม่ได้ดังใจ เฝิงฮวนก็เก็บเรื่องที่บ่น แต่งเป็นเพลงร้องประจาน เพื่อนๆทนฟังไม่ได้ นินทากัน อยากให้เมิ่งฉางชุนไล่ไปให้ พ้นๆบ้าน

แต่เจ้าบ้านก็ไม่นำ พา จัดทุกสิ่งให้ เลี้ยงดูเขาไว้เหมือนเดิม

ชื่อเสียงเมิ่งฉางชุน ยิ่งโด่งดัง จนฉีอ๋องเริ่มหวาดระแวง ไม่แน่ใจ ขืนปล่อยให้เมิ่งฉางชุนเพิ่มพูนบุญบารมีเรื่อยไป อาจเป็นภัยแก่ราชบัลลังก์

ใน ที่สุดก็ตัดสินพระทัย ปลดเมิ่งฉางชุนออกจากตำแหน่งเสนาบดี

สถานการณ์ บ้านตระกูลเถียน เป็นเช่นโบราณว่า หนทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน ไม่นาน ผู้คนที่เคยพึ่งพาอาศัย เมื่อเห็นว่าเมิ่งฉางชุนหมดบารมี ก็ค่อยๆหลีกลี้หนีหน้าไปทีละคนสองคน

เหลือเฝิงฮวน คนไม่เอาไหน…คนเดียว

ถึงเวลานั้น เฝิงฮวนไม่เพียงแต่จะพิสูจน์ว่าเป็นคนจริงใจสำนึกในบุญคุณ ยังแสดงความฉลาดลึกซึ้ง แนะนำให้เมิ่งฉางชุนแก้ปัญหา…จนที่สุด ฉีอ๋องสำนึกว่า ขาดเมิ่งฉางชุน ก็เหมือน
ขาดเสาค้ำราชบัลลังก์

ตั้ง ให้เป็นเสนาบดีใหญ่เหมือนเดิม

ไม่นาน เหล่าผู้คนที่ออกจากบ้าน ก็ค่อยๆทยอยกันมาขออยู่ในบ้าน ตอนแรกเมิ่งฉางชุนเก็บอารมณ์ไม่ได้ ระบายความคับแค้น ไม่ยอมรับคนเหล่านั้น

เฝิงฮวนแนะว่า ธรรมดาผู้สูงศักดิ์เพื่อนฝูงก็ย่อมมาก คนยากจนเพื่อนฝูงก็ย่อมน้อย ท่านไม่เคยเห็นผู้คนจอแจเบียดเสียดซื้อของในตลาดตอนเช้าหรือ?

แต่ เมื่อพลบค่ำตลาดวาย ยังจะมีใครอยู่ในตลาดอีก ทุกคนที่เคยพึ่งพาท่าน ท่านก็เคยใช้ไหว้วานได้ประโยชน์ เหตุไฉน จึงไม่ใช้ประโยชน์ต่อไป เฉกเช่นในกาลก่อนเล่า
ชีวิตประจำวันผมจะเจอไทยรัฐในที่ทำงาน กับ ร้านกาแฟทุกวันหยุด เป็นประจำ นี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ มันไม่ทำให้ท่านเสียเวลาอ่านแน่ๆ

เรื่องนี้ เป็นเรื่องหนึ่งในหนังสือเก่า พบในวังจิ่งหยวนกง กรุงปักกิ่ง ระบุคนเขียนชื่อ หงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิง ในเรื่องว่าเป็นนิทาน แต่น่าจะมีเค้าเรื่องจริง เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในแคว้นฉี สมัยชุนชิว

ผมนึกขึ้นได้ พอจะรู้จักคนที่เพิ่งเป็นรัฐมนตรี 2 คน คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ นั้น สมัยทำงานหนังสือพิมพ์ ไปเป็นแขกซัดดัม ฮุสเซน ด้วยกันที่อิรัก เมื่อปี 2524

ดร.มั่น พัธโนทัย ผมเคยเอาหนังสือ พิชัยสงครามสามก๊ก ที่คุณสังข์ พัธโนทัย มาใช้หากินในคอลัมน์นี้บ่อยๆ ความจริงผมติดบุญคุณคุณพ่อท่าน แต่ท่านก็ยังอุตส่าห์เขียนจดหมายมาขอบใจผม

ขอ ส่งนิทานเรื่องนี้ แทนช่อดอกไม้ พร้อมคำอวยพรทิ้งท้าย…การเป็นรัฐมนตรีนั้นยาก แต่ที่ยากยิ่งกว่า คือการทำหน้าที่เพื่อรักษาเก้าอี้.

Leave a comment

Filed under ข่าว สาระรอบตัว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s