วันพระ ที่ ….

ผมทำงานได้ 3 อาทิตย์  ก็ลืม อัพ blog ไป 1 วันพระ  ตกงาน 11 เดือน ฝีมือ การตรวจสอบตกไปเยอะ สนิมเกะสมอง  ถึงผมทำงานหนัก แต่ชอบ ช่วงนี้เน็ตตัด  ไม่มีเงินต่อ  คืนนี้เพิ่งไปยืมเงิน น้องบอยมากิน กันตายก่อนสิ้นเดือน แต่สาเหตุที่ไม่ได้อัพ blog อาทิตย์ก่อนคือ หย่อนยาน ปฎิบัติธรรมไม่เข้าเป้า นั่งกรรมฐานน้อย แต่ ทำงาน กับเหนื่อยแทน รู้สึกว่า ถ้าไม่ เร่งความเพียรอย่างพระมหาชนก  ตกงานอีกแน่นอน  งานตรวจสอบ มันแข่งกับเวลา และต้อง ทันกำหนดส่ง

วันพระนี้มีเรื่องที่ตั้งใจมา เสนอ เรื่องของ ความคิด  ทางพระพุทธศาสนา มานำเสนอ เนื่องจากบ้านเมืองกำลังแตกแยกทางความคิด

 พุทธวิธีคิด 
  • จงเตือนตนด้วยตนเอง
    • อตฺตนา  โจทยตฺตานํ
  • “โลกอันความคิดย่อมนำไป”
จินฺเตน  นียติ  โลโก

กาลามสูตร ๑๐ (การวางท่าทีต่อความเชื่อ) 
๑. อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะได้ฟังตามๆกันมา เช่น
    - ความจริงระหว่างพงศาวดารไทยกับพงศาวดารพม่า
    - ตำนาน / นิทาน
          เรื่องการสร้างโลก
    - อภินิหารเกี่ยวกับประวัติบุคคลสำคัญ 

เชื่อแบบบอกเล่าต่อๆกันมา/เชื่อตามพงศวดาร-ตำนานเรื่องเล่า

๒.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะปฏิบัติกันตามประเพณี 
  • ประเพณีจารีตต่างๆที่ปฏิบัติตามๆกันมา   เช่น
    • แห่นางแมวแล้วฝนจะตกเมื่อฝนแล้ง     ชาวอีสานจึงแห่นางแมว
    • ผมทำตามท่านนะครับ….เพราะถือคติว่า      เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด
    • ที่นี้ห้ามสตรีเข้า.....(โปรดอ่านป้าย)
    • การทำตามแฟชั่นเพราะกลัวไม่ทันสมัย
    • ลัทธิเอาอย่าง
ฯลฯ 
เชื่อแบบนำสืบกันมา/อ้างว่ามีผู้เชื่อหรือทำมาก่อน / เถรส่องบาตร

๓.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะการเล่าลือ 
  • ข่าว ดาราชื่อ…..ตั้งท้องกับดาราหนุ่ม.…(คนไหนก็ไม่รู้)
  • ได้ยินมาว่าเทอมนี้ Logic หมู่ 2 นี้ อาจารย์ผู้สอนจะให้ A  ทั้ง Class
 
การเชื่อทำนองแบบกระต่ายตื่นตูม(ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล)

๔.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะอ้างตรรกะ 
  • ความสมเหตุสมผลของวิธีการอ้างเหตุผล อาจไม่ใช่ความถูกต้องของข้อสรุป
    •  
      • All a are b  ลูกผู้ชายต้องชอบฟุตบอล
      • (All) c are a  ภารดร เป็น ผู้ชาย
      • (All) c are b  ภารดร ชอบ ฟุตบอล
  • เมื่อวานเราอยู่กับแฟน
    วันนี้แฟนอยู่กับเรา  
    ดังนั้นพรุ่งนี้เราต้องอยู่ด้วยกัน (ไม่แน่ แต่สมเหตุสมผลไง) 
“รูปแบบถูกต้องแต่เนื้อหาอาจจะผิดพลาด”

๕.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะอ้างตำรา 
- เธอต้องฝันถึงฉันแน่เมื่อคืนนี้ (เพราะได้พลิกหมอนตามตำรา)
- อ้างหนังสือชีววิทยาสมัยอริสโตเติล
    เชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล
- ตำราดาราศาสตร์นิยามดาวเคราะห์ว่า....... 
    ดังนั้น“ดาวพลูโตจึงไม่ใช่ดาว” 
“ฉันเชื่อว่าความคิดนี้ถูกต้องเพราะอ้าง/มีในตำรา”

๖.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะการเดาเอาเอง 
  • เกิดสงครามทีไรน้ำมันขึ้นราคาทุกที  ช่วงนี้น้ำมันขึ้นราคา แสดงว่าช่วงนี้มีสงครามแน่ๆ
  • กรณีบอมส์กรุงเทพจากข้อมูลตำรวจที่ปรากฏน่าเชื่อได้ว่ามีการกระทำของโจรใต้จริง ฯลฯ
 
การเชื่อมแบบโยงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลทางเดียว

๗.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพียงเพราะตรึกตรองตามอาการ 
  • อากาศอย่างนี้ฝนมันน่าจะตก ว่ากันตามที่เคยปรากฏทุกทีมันก็ตกนี่นา
  • อาการของเธอน่าเป็นเอดส์ ดูซิผอมดำเหมือนคนเป็นเอดส์เซียวมึง
  • โฆษณา เน้นเรื่องภาพลักษณ์ทาง “เพศ”
 
-โฆษณา โรลออน “แรดยังรุมตอม (ยังทนไม่ได้)”
-โฆษณาบะหมี่สำเร็จรูป “เซ็กซี่เร่าร้อน (ชวนให้หลงไหล)”

๘.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะตรงกับความเชื่อตน 
  • ชาญวิทย์เป็นคนชอบดื่มไวน์ พอมีงานผลวิจัยบอกว่าดีต่อสุขภาพ เขาก็เห็นชอบสนับสนุนด้วย
  • เราก็แฟนผีแดงด้วยกัน เชื่อว่าปีนี้ต้องได้แชมป์เปี้ยนลีกตามคุณเอกราชและเซียนบอลหลายคนทำนาย
  • เห็นไหมเขาก็ทิ้งเธอไป ก็ฉันเคยบอกแล้ว ว่าไอ้หมอนี่มันเจ้าชู้จะตาย...
  • นักพันธุวิทยาเชื่อมั่นว่า การโคลนนิ่งว่าจะไม่ทำให้สัตว์กลายพันธุ์ตามทฤษฎีที่ได้นำเสนอ
  • ใครที่รักนายกฯก็เชื่อว่าคาร์บอมส์เรื่องจริง  คนที่ไม่รักก็ไม่เชื่อเป็นธรรมดา
 
เป็นการเชื่ออย่างมีอคติ

๙.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะมีลักษณะน่าเชื่อ 
  • สบู่ก้อนนี้ กลิ่นหอมดีจัง น่าจะใช้ดีด้วยนะ
  • เหมียวเห็นวิศรุตแต่งตัวภูมิฐานคิดว่าเขาต้องมีสตางค์(รวยแน่)
  • คนนี้หน้าตาก็ดี พูดจาก็เพราะ ต้องเป็นคนดีแน่ๆ
  • นายคนนี้แต่งตัวกะโปโล บุคลิกไม่น่าไว้วางใจ คงเป็นคนกระจอก
 
อย่าพึงเชื่อเชื่อพวกมือถือสากปากถือศีล) 
เป็นการเชื่อแบบตัดสินจากอาการภายนอก 
“คบคนให้ดูหน้า  ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ” ( แต่ก็ไม่แน่เสมอไป)

1๐.อย่าพึงปลงใจเชื่อเพราะถือว่าเป็นครูหรือศาสดาของเรา 
  • บางครั้งครูหรือศาสดา อาจสอนผิด
    • เรื่องพระองคุลิมาล
    • ครู….บอกว่า…..
  • กาลามสูตรคือหลักการคิดเชิงวิพากษ์(Critical thinking)
  • การวางท่าทีที่ถูกต้องในการจะตัดสินใจเชื่ออะไรต้องทำการสังเกตตรวจสอบวิเคราะห์และพิสูจน์ข้อมูลก่อน
 
สรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า 
…จงอย่ายึดมั่น… 
สรฺวมฺ   ศูนฺยมฺ

กระบวนวิธีคิดแบบพุทธธรรม 
๑.อริยมรรคมีองค์ ๘
  •  
    •  
      • สัมมาทิฏฐิ
      • (ความรู้/ความเห็น/ความเชื่อที่ถูกต้อง)
๒.หลักโยนิโสมนสิการ ๑๐ ประการ

หลักโยนิโสมนสิการที่ ๑  
๑.วิธีคิดแบบสืบสาวหาเหตุปัจจัย/แบบปฏิจจสมุปบาท
หลักคิด:สรรพสิ่งล้วนมีเหตุให้เกิด ไม่มีสิ่งใดเกิดมีขึ้นโดยบังเอิญ
  •  
    • สาเหตุหลักและปัจจัยประกอบ
  • เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี  สิ่งนี้ก็ไม่มี  เมื่อสิ่งนี้ดับ  สิ่งนี้ก็ดับ
 
(การคิดเชิงหาสาเหตุ)

หลักโยนิโสมนสิการที่๒(การคิดเชิงวิเคราะห์) 
๒. วิธีคิดแบบแยกแยะองค์ประกอบ
  • ความเข้าใจผิดมักเกิดจากภาพรวมที่เรามองเห็น
  • สิ่งนี้(ปรากฏการณ์นี้)มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?
    •       
      สิ่งมีค่า..ที่แท้จริง  
      ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น..
      หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~
       
       
      หลักโยนิโสมนสิการที่๓( การคิดเชิงมโนทัศน์) 
      ๓. วิธีคิดแบบสามัญลักษณ์./รู้เท่าทันความจริง
  • หลักคิด :ยอมรับกฎธรรมชาติที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง ๓ ประการ
    • ๑. กฎอนิจจัง ความแปรเปลี่ยน ไม่อยู่นิ่ง
    • ๒. กฎทุกขัง  ความขัดแย้งไม่คงทนถาวร
    • ๓. กฎอนัตตา ความที่สรรพสิ่งหาแก่นสารไม่ได้
 
หลักโยนิโสมนสิการที่๔(การคิดแบบวิทยาศาสตร์) 
๔. วิธีคิดแบบอริยสัจ ๔ ๑. กำหนดรู้ปัญหาคืออะไร (ทุกข์)
  •  
    •  
      • ๒. กำหนดรู้สาเหตุปัญหาอยู่ที่ไหน (สมุทัย)
      • ๓.กำหนดรู้ว่าปัญหาแก้ได้ไหม มีกี่วิธี (นิโรธ)
      • ๔. กำหนดรู้แนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ดีที่สุด (มรรค)
  • กำหนดรู้สิ่งนี้คืออะไร  กำหนดรู้ว่าเป็นสิ่งที่พึงทำ  กำหนดรู้ว่าได้กระทำแล้ว
 
“ หากเราพยายามมากพอที่จะแก้ไขปัญหา
เราจะพบว่าทุกปัญหาย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ"

หลักโยนิโสมนสิการที่๕ 
๕. วิธีคิดแบบหลักการและความมุ่งหมายตรงกัน
  • ตั้งเป้าหมายเป็นและรู้วิธีการ
    • ปลูกพืชเช่นไร ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
    • วิธีการกับเป้าหมายเป็นเอกภาพเดียวกัน วิธีการที่เลวร้ายมิอาจนำไปสู่เป้าหมายบั้นปลายที่ดีงามได้
    • วิธีการคือเป้าหมายที่กำลังงอกเงยคลี่คลายตัวมันเอง(Means is the end in the process of becoming)
 
การคิดเชิงกลยุทธ์

หลักโยนิโสมนสิการที่๖ 
๖. วิธีคิดแบบพิจารณาคุณ-โทษและทางออก
  • สุดโต่ง ๒ สายคือ:
    • การปล่อยตัวตามความรู้สึก (หย่อนเกินไป)
    • การตึงเครียดกับชีวิตทรมานตัวเอง (ตึงเกินไป)
  • ทางสายกลาง (คือทางออก)  ทุกครั้งของการตัดสินใจต้องคิดอย่างรอบคอบ
    •  
      • การลาออกจากงาน  ตัดสินใจด้วยอะไร
        • แรงผลักหรือแรงจูงใจ
 
การคิดเชิงบูรณาการ

หลักโยนิโสมนสิการที่๗ 
๗. วิธีคิดแบบพิจารณาคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม
  • คุณค่าแท้ คือประโยชน์อันแท้จริงเกิดจากปัญญา “ดีมานด์แท้”
    • เป็นการสร้างค่านิยมแบบเศรษฐกิจพอเพียง
    • บิล เกตส์ นั่งเครื่องบินชั้นธรรมดา ให้คุณค่าการเดินทางที่ความเร็วมากกว่าความสบาย  (ถึงที่หมายพร้อมกับชั้นหนึ่ง)
  • คุณค่าเทียมคือสิ่งที่พอกเพิ่มอันเกิดจากตัณหา  “ดีมานด์เทียม”
    • เป็นการสร้างค่าค่านิยมแบบวัตถุนิยม/บริโภคนิยม
  • ใช้หลักคิดรู้จักประมาณในการบริโภค (โภชเนมัตตัญญุตา)
    • อยู่ดีกินดี
  หลักโยนิโสมนสิการที่๘ (Positive thinking) 
๘. วิธีคิดแบบปลุกเร้าคุณธรรม
  •  
  • ความเพียรย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ
    • เป็นคนควรพยายามเรื่อยไปจนกว่าจะสำเร็จ
    • คนย่อมล่วงทุกข์ด้วยความเพียร
    • คนเรามีโอกาสผิดพลาดได้แต่ต้องชนะมากกว่าแพ้
    • โทมัส อัลวา เอดิสัน “ความล้มเหลวคือการทดลอง”
    • อเล็ก เฟอร์กูสันว่า กล่าวว่าปรัชญาทีมแมนยูฯคือ
“จงยิงประตูให้ได้มากกว่าคู่แข่ง๑ ประตู”

หลักโยนิโสมนสิการที่๙ 
๙. วิธีคิดแบบอยู่กับปัจจุบันขณะ(มีสติ)
  • ชีวิตคนเรานั้นมีอยู่ชั่วขณะจิตเดียว
  • จงไม่ประมาทในทุกขณะของชีวิต
  • รู้เท่าทันความรู้สึก/ไม่ตกไปตามอำนาจของอารมณ์
  • เจริญสติ/สมาธิ
หลักโยนิโสมนสิการที่ ๑๐ 
๑๐. วิธีคิดแบบวิภัชชวาท(จำแนกประเด็น/ไม่ตีคลุม)
  •  การคิดและวิธีการตอบปัญหา ๔ อย่าง
      • ตอบแบบฟันธงหรือแบบยืนกระต่ายขาเดียว
      • ตอบแบบศอกกลับหรือย้อนถาม
      • ตอบแบบแยกแยะประเด็น
      • ตอบแบบนิ่งเงียบหรือไม่ตอบ
 วิธีฝึกการคิด 10 วิธี 
1.วิธีการคิดเชิงวิพากษ์ 
หมายถึง
ความตั้งใจที่จะพิจารณาตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยการไม่เห็นคล้อยตามข้อเสนออย่างง่าย ๆ  แต่ตั้งคำถามอย่างท้าทาย  หรือโต้แย้งสมมติฐานและข้อสมมติที่อยู่เบื้องหลัง  โดยพยายามเปิดแนวทางความคิดออกสู่ทางต่าง ๆ  ที่แตกต่างจากข้อเสนอนั้น  เพื่อให้ได้คำตอบที่สมเหตุสมผลมากกว่าข้อเสนอเดิม 
กรุณาจำ ๆ  กันไว้หน่อย !
จะออกสอบด้วยนะ 
คือการพยายามหาข้อบกพร่องในข้อถกเถียงนั้น ๆ

2. วิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ 
หมายถึง
การจำแนกองค์ประกอบต่าง ๆ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  และหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น  เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่เกิดขึ้น

3. วิธีการคิดเชิงสังเคราะห์ 
หมายถึง
การคิดโดยดึงเอาองค์ประกอบต่าง ๆมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้สิ่งใหม่ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

4. วิธีการคิดเชิงเปรียบเทียบ 
หมายถึง
การคิดโดยวิธีการเทียบเคียงความเหมือนและหรือความแตกต่างระหว่างสิ่งนั้นกับสิ่งอื่น ๆ  เพื่อให้เกิดความเข้าใจสามารถอธิบายเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจน  เพื่อประโยชน์ในการคิดแก้ปัญหาหรือการหาทางเลือกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 
ลูกสัตว์กับลูกคน
สัตว์เดรัจฉานไม่เคยขยี้หัวใจพ่อแม่ 
สวรรค์อยู่แทบเท้าของมารดาบิดา
เจ้าจงไปสัมผัสเท้า...ไปกราบเท้า...แล้วเจ้าจะได้ขึ้นสวรรค์ (อัลกุรอาน)

5. วิธีการคิดเชิงมโนทัศน์ 
หมายถึง
การคิดโดยการประสานข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างไม่ขัดแย้งแล้วนำมาสร้างเป็นความคิดรวบยอดหรือกรอบความคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น

6. วิธีการคิดเชิงสร้างสรรค์ 
หมายถึง
การคิดโดยการขยายขอบเขตความคิดออกไปจากกรอบความคิดเดิมที่มีอยู่สู่ความคิดใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น

7. วิธีการคิดเชิงประยุกต์ 
หมายถึง
การคิดโดยการนำสิ่งที่มีอยู่เดิมไปปรับใช้ประโยชน์ในปริบทใหม่ได้อย่างเหมาะสม  โดยยังคงหลักการของสิ่งเดิมไว้

8. วิธีการคิดเชิงบูรณาการ 
หมายถึง
การคิดโดยการเชื่อมโยงแนวคิดหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าหาแกนหลักได้อย่างเหมาะสม 
เพื่ออธิบายหรือให้เหตุผลสนับสนุนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

9. วิธีการคิดเชิงกลยุทธ์ 
หมายถึง
การคิดโยการกำหนดแนวทางที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไข  ข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

10. วิธีการคิดเชิงวิสัยทัศน์ 
หมายถึง
การคิดโดยการคาดการณ์สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อย่างมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม

จบบริบูรณ์
ขอให้ทุกคนโชคดีและสมปรารถนาทุกประการด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์
                                                                

Leave a comment

Filed under วันพระ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s