วันหวยออก

บางครั้งชีวิตคนเราก็ดูคล้ายกับตลาดหุ้น จากต้นปีก่อน ที่ขึ้นสุดๆก็ร่วงตกไปอยู่ในเขตสีแดงเถือกเกือบทั้งปี เมื่อวานเพิ่งขึ้นมาอยู่ในแดนบวก อีกครั้ง และนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะเล่าให้ คนอ่านได้รับรู้ หากเกิดประโยชน์ไม่ว่ามากน้อยเท่าไหร่ก็ตาม ผมได้ทำหน้าที่นัก(หัด)เขียนคนหนึ่งซึ่งได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับท่าน

มันเป็นวันที่ 16 เวลา เย็นๆหลังหวยออกผมได้รับโทรศัพท์ ให้ไปสัมภาษณ์งาน จากบริษัทที่น้องแอมแนะนำ แต่้ก็ไม่คิดว่าจะได้งานเพราะ ผมมีข้อจำกัดเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องอายู และส่วนสาเหตุที่บริษัทเรียกตัวไปสัมภาษณ์ก็เพราะ ว่ามีเจ้าของเป็นคนมีความเฉลียวใจ ไม่นึกว่า ประตูนรก(งานหนักมาก)เปิดอยู่ที่นี้ยังกลัามาสมัครคงอยากเห็นหน้าคนเข้าถ้ำเสือหรือเปล่าไม่แน่ใจ  ผมก็ได้ไปสัมภาษณ์งาน อาจารย์(เจ้าของบริษัทฯ)ตกลงรับผมเข้าทำงาน ชนิดที่เรียกว่า ประหลาดใจ เพราะว่า ตลอดการสัมภาษณ์เกือบ ชั่วโมงสรุป ผมคงกลับไปรอเรียกตัว แต่แล้วก็เหมือนกับ เทวดาลองใจ อยู่ๆบรรยากาศมันพาไป  ประมาณว่า เป้าหมายคือเป็นผู้สอบภายใน 5 ปี ปิดทางหนีของตัวเอง สู้แบบสุนัขจนตรอก พยายามจนสุดกำลัง เหมือน กับ การทุบหม้อข้าวให้แตก ได้งานเลย งง (ผมเริ่มงานต้นเดือนหน้า และได้บ้ันทึกคำพูดเป็นลายลักษณ์ เก็บไว้เป็นหลักฐาน)

หนังเรื่อง Pursuit of happyness คือความรู้สึกปิติ ดีใจ อย่างบอกไม่ถูกเช่นเดียวกันกับผมในเวลานั้นเพราะสถานการณ์ของ Chres Gardner  ก็ได้รับความกดดันในชีวิตเช่น เมียทิ้ง ลงทุนเจ็ง ไม่มีบ้าน ลูกกำลังโต งานประจำก็ไม่มี ผมก็พอกัน เพื่อนบางคนทิ้ง ขอบใจว่ะ มีหนี้ ไม่มีบ้าน สอบก็ไม่ผ่าน ดูแลน้องอีกและ งานก็ไม่มั่นคง อยู่มาวันหนึ่งก็มีข่าวดีเรื่องงาน แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่เป็นโอกาสดีที่เข้ามาในชีวิตผมที่ยังมึด 8 ด้านหลังจาก ไม่ผ่านโปรปีก่อน ความหวัง เป้าหมายชีวิต ผมล้มหายไปจากชีวิต นับเวลาจากวันที่ 16/8/2009 ที่ผมได้เริ่มงานทำที่สำนักงานบัญชีเล็กๆแห่งหนึ่ง จนถึงวันที่โทรนัดสัมภาษณ์ 16/2/2010  รวมระยะเวลาทั้งหมด 6 เดือนเต็มพอดิบพอดี

เป้าหมายอันเดียวในชีวิตตอนเรียนปริญญาตรีคือ การเป็นผู้สอบบัญชีรับอณุญาต และสิ่งที่ำทำไม่สำเร็จในชีิวตที่ยังเป็นรอยด่างในใจคือ สอบไม่ผ่าน พี่เปี๊ยก หัวหน้าสายที่ผมไปฝึกงานตอน ป.ตรีได้ให้กำลังใจผมตอนที่ผมไปสมัครงานหลัง เรียนจบว่า แกสอบเป็นผู้สอบไม่ได้หรอก และอ่อนแอเกินไปที่จะอยู่ใน กทมและตลอด 4 ปีที่ผ่านมาผมก็สอบไม่ผ่านจริงๆ ยอมรับว่า CPA เนียะยากจริงๆ และผมก็คงจะอ่อนแอเกินไปจริง พี่เขาช่างอ่านคนได้ขาดอะไรเช่นนี้ ผมจบอายู 27 โชคดีป่วย ก็บวชจะหายอยากซะ 3 ปี ทำงาน audit จนได้ไปทำงานในบริษัทที่ใช่คือ ระดับโลกและตรวจสอบในตลาดฯ แต่ไม่ผ่านโปร(แต่ที่ผมได้ก็ตรวจในตลาดฯเหมือนกัน แต่เป็น local ferm) จากนั้นก็กลับไปรักษาตัวเอง ปฎิบัติธรรม ที่บ้าน สั้นๆ หันหลังให้บัญชีไป เรียนทำอาหาร ขายหมูปิ้ง แซนวิสแก้ขัดและก็ได้งานเป็นนักบัญชีพเนจรอยู่จนถึงตอนนี้

น้องวิท ( CPA-PWC) ก็เคยถามว่า พี่สู้หรือเปล่า ผมก็บอกว่า สู้ตาย  แต่ตอนนั้นพอบอกเสร็จ ผมก็มองตัวเองว่า มันมีทางหรือวะ งานก็ไม่ใช่ Audit มาทำบัญชีจน แสบตา แถมงานไม่ถูกจริตอีก เงินก็ไม่พอใช้แต่วันนี้ผมได้งานที่ใช่  ดราม่า อีกแล้ว

อยากจะบอกว่าเมืองไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธ์ก็เพราะมีคนไทยเนียะแหละครับไม่ต้องไปหาจากใหน

ข้อคิด เรื่องนี้คือ ถ้าเราทำเล่นเราก็ได้ของเล่น ถ้าทำจริง ตั้งใจจริง เราก็ได้ของจริง ทำน้อยได้น้อย ทำกลางๆ ก็ได้กลางๆ ทำสุดชีวิต จะกลับได้ชีวิตคืนมาอีกครั้ง  เป็นกฎแห่งกรรมล้วนๆจริงแล้ว โดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับโอกาสที่ดีเช่นนี้อีกในชีวิต เพราะโอกาสดีมาไม่บ่อย ปีก่อนคือความใฝ่ฝันแต่ผมก็คว้ามันไม่ได้ ปีนี้มีให้แก้ตัวในขณะอายู 34 ไม่น่าเชื่อ เหลือเชื่อ amazinglly เหมือนถูกหวย

Leave a comment

Filed under เปิดใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s