To day is a good day (for me)

ฟรีตจอฟ คาปรา คือต้นฉบับ การใช้ชีวิตเกือบ 50% ของผมที่ผมหวังจะเป็นเช่นนั้นบ้าง

หนังสือเล่มนี้มีอิทธิพลต่อผมมากในเวลาต่อมา

สมัยผมอายู 19 ปี ผมโดดเรียนไปเช่าห้องอยุ่หน้าวัดอุโมงค์ที่หลัง มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ เพื่อ อ่านหนังสือที่ชอบ ในห้องสมุด วัดอุโมงค์ และแน่นอนเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุดเมื่อเรานึกถึงอดีต แม้จะเหงาที่ไม่อาจรักกับคนที่เรา ปราถนาจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยมากที่สุดก็ตาม วิทยาศาสตร์ และ เวลา เป็นเครื่องมือเยียวยาจิตใจที่ อ่อนโยน ปนขี้เกียจได้ดีนักแล

หนังสือเล่มนี้ผมบริจาคคืนไปที่วัดนั้นแหละ

ชีวิตนี้ผมซื้อหนังสือมาเกือบชั่วชีวิต และก็บริจาคไปสอง ถึง สามครั้งแล้ว และหนังสือเล่มนี้ ก็ไปจากชีวิตผมแล้วเหมือนกัน ตอนนี้คงสิงสถิตย์อยู่ในห้องสมุดแห่งนั้น เป็นต้นมา

หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผม เดินเข้าไป ล่าฝัน ที่ ม รามคำแหง และลงทะเบียนเรียน คณะวิทยาศาสตร ์ ปี 38 แต่ไม่เคยไปสอบแม้แต่ครั้งเดียว ก็บอกแล้วว่า มันเป็นความฝัน เพราะผมต้องหาเงินมาประทังชีวิตเอง แม้แต่การหาที่นอน ในวัยนั้น ตึกศิลาบาตร คือ ที่ๆผลิตเงินสำหรับการอยู่ที่ ราม แม้จะมีบ้านที่ ดอนเมืองในตอนนั้นก็ตาม แต่ก็ไปๆมาๆ

ถ้ามีบารมี จะไปนั่งคุยด้วยนะครับ ท่าน ฟริตจอฟ (ตอนนี้ สอบชิงทุนให้ได้ก่อนเถอะ)

ณ วันนี้ ผมกลับมานั่งทบทวนตัวเองว่า ตกลง จะเอาไงดีกับชีวิต

รถ  บ้านทรงไทย ฟุตบอล การออกไปวิเวกตามสถานที่น่ากลัวในวันพระ(ปฎิบ้ัติกรรมฐาน)  การทำอาหาร การพักผ่อนในวันที่อากาศดี คือสิ่งที่ผมสามารถอยู่กับมันได้เป็นวันๆ โดยไม่มีความเบือ่หน่าย

แต่เมื่อตื่นมาก็ต้องรีบไปทำงานให้ทันเวลา ทำบ้ัญชีให้ เสร็จตามกำหนด และต้องเดินทาง แข่งกับ เวลาๆๆๆๆ  ใหนจะต้องอ่านหนังสืออีก

ผมพยายามหาจุดลงตัว การจัดการชีวิตผม คือปัญหาที่แก้ไม่ตกมาเป็นระยะเวลานานหลายปี

ผมจะไม่ทุ่มเทไปกับสิ่งๆหนึ่งจด เสร็จแล้วไปทำอย่างอื่นต่อ เพราะว่า งานของผมทำเพราะการมีชีวิตและการอยู่ของคนอื่น  แต่ ความหลงใหลในสิ่งที่กล่าวมาคือ ความพอใจ ความต้องการส่วนตัว ที่ยังไม่พร้อมเพราะว่า ต้องมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมารองรับด้วย

ลูกเศรษฐี มีเงินให้ทำในสิ่งที่รักได้เป็นปีๆ หรือคนอื่น สามารถวางแผนให้ตัวเองมีวันที่มีเวลาเป็นของตัวเองได้แต่ผมเพ่ิงทำงานมา 5 ปี เอง และก็ประสบความล้มเหลวกับการเก็บชั่วโมง CPA และสอบไม่ติดอีก

การค้นพบตัวเองช้า หรือ ค้นพบตัวเองเร็วแต่ดันเกิดในที่ๆ ไม่เอื้อต่อการต่อยอดสิ่งที่รัก ไปสู่สิ่งที่เลี้ยงตัวเองได้ คือ กรรม พระเขาบอกว่า บุญมีแต่กรรมบัง

ถ้าเลือกเกิดได้ ไม่อยากเกิดเป็นฝรั่งแม้จะได้เรียนวิทยาศาสตร์อย่างที่ตั้งใจ และได้เล่นฟุตบอลเป็นอาชีพก็ตาม(สมัยเด็กผมเป็นนักบอล เคยได้รับความไว้ใจทีมให้ไปรับรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดด้วย) สาเหตุก็คือ ถึงผมจะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน มีภรรยาที่แสนวิเศษ มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ว่า ลึกๆ แล้ว วัตถุไม่ตอบปัญหาด้านของจิตใจ

การที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่สุขสบายด้านวัตถุ ทำให้เราไม่ต้องดิ้นรนในวัยเด็ก ความอบอุ่นด้านความรักแม้จะขาดไปบ้าง แต่เณรที่พ่อแม่จนเลย เอามาฝากกับหลวงพ่อ ก็เติบใหญ่เป็นเจ้าพระยาก็มีให้เห็น

การไม่ได้รับการส่งเสริมให้ได้เรียน ในสิ่งที่ตนมีพรสวรรค์ ทำให้ไม่ได้ไปเรียนต่างประเทศหรือเข้ามหาลัยชั้นนำของประเทศ ทำให้เรากลายเป็นคนที่ ระบบถูกคัดออก แต่ว่าก็ถูกไล่ด้วยความลำบากมาเจอธรรมะ ที่เป็นเอกของโลก

พุทธศาสนาคือ จุดเด่นที่ ไม่มีประเทศใหนในโลกมีและ ทำให้ประเทศไทยคือประเทศแห่งความแตกต่าง ผุ้คนต่าง เอาประเทศเราเป็นเป้าหมายการเดินทางมาแสวงหาอะไรบางอย่าง

ถ้าผมกลายเป็นคนดี เด่น แน่นอน คงต้องประสบผลสำเร็จในชีวิตแล้วในขณะอายูเท่านี้ แต่ก็ต้องแลก กับ การไม่ได้เจอ กับ ธรรมะผมถือว่า ชาตินี้เกิดมาเสียเวลาไปเป็นชาติๆ

เพราะคนหาธรรมะเมื่อทุกข์เท่านั้น ชีวิตวัยหนุ่มเป็นชีวิตที่หอมหวานไปกับ ความสำเร็จ ความสุข และชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง และผู้หญิง  ถ้าไม่เจ๋งจริงใครจะอยากมาเจอธรรมะ ซึ่งไม่รู้ของจริงหรือเปล่า

โชคร้าย ทุกข์ และตกอับสุดๆ กลายเป็นว่า พบกับคำตอบของการมีชีวิตที่เป็นโจทย์ตอบคำถามทางใจ ที่วัตถุ ไม่สามารถให้คำตอบแก่เราได้เลย ผมเลือกที่จะยากจนข้นแค้น แต่ได้นั่งสนทนาธรรม กับ ธรรมะ ทุกชั่วโมงยาม เมื่อมีเวลา ก็เพราะเราคือผลของระบบแพ้คัดออกของประเทศนี้นั้นแหละ ใครว่าแย่ เรากลับมองว่าเป็นบุญที่ได้ลำบาก

ผมก็บ่นเรื่องหนี้ เรือ่งเงินไปงั้นแหละ เพราะว่า เงินทอง ทุกวันนี้มีให้ลุ้นกันวันต่อวัน

วันนี้คุณผู้อ่านคงไม่เบื่อกับการพิมพ์อะไรยาวๆมากขนาดนี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ผมมาโดยตลอด ไม่มีท่าน ผมก็ไม่มีพลังในการเขียน blog นี้ เพราะไม่รู้จะเขียนไปทำไม การได้เป็นนักเขียนคือ ความรัก ความชอบส่วนตัวจากการเป็นนักอ่านวัยเยาว์ แต่ถ้าไม่มีคนคลิกมาอ่าน สักคน ผมก็ไม่อัพ blog บ่อยๆ


ปล หนังสือเล่มนี้ ใครรู้ว่าอยู่ที่ใหนในกรุงเทพ บอกหน่อยก็ดี ปีนี้จะไปยืมอ่านอีกสักครั้ง

Leave a comment

Filed under มุมมองต่อชีวิต โลก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s