กระจกบานใหญ่

เมื่อวานเย็นผมเดินไปร้านหน้งสือที่ชอบไปยืนอ่านประจำ และบังเอิญมือบอนไปหยิบหนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ มาอ่าน เจอประเด็นสำคัญที่จะเอามาเล่าให้ฟังกันอีกแล้ัว จ่ายไป 15 บาทแบบไม่ต้องคิดมาเลย เพราะว่ามายืนอ่านทุกวันไม่ซื้อสักเล่มนับเกือบ ครึ่งปี

วิกรม กรมดิษฐ์  คนๆนี้ไม่ธรรมดา คนไทยเชื้อสายจีน คนหน้าตี๋ ที่กล้าวิจารณ์ประเทศไทยแบบที่ว่า คนไทยต้องฟัง วันนี้หนังสือพิมพ์เอามาลงข่าวประมาณว่า ไทยไม่เป็นประเทศที่น่าลงทุนในสายตานักลงทุนชาวญี่ปุ่น อ้างโดย ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น นสพ เลยอดคิดถึงความคิดเห็นของ วิกรม ฯ เจ้าพ่ออมตะนคร ที่เคยพูดถึงจุดอ่อนประเทศไทยไว้ 10 ข้อคือ

1. คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมือง ธุรกิจข้าราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลัง(ในสายตาคุณวิกรม) ไปเรื่อยๆ

2. การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตนเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจตนเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในอนาครที่ชัดเจน

4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้า หรือ ทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อยๆ

5. การกระจายความเจริญยัีงไม่เต็มที่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยุ่ห่างไกล จะขาดโอากาสในการพัฒนาคุณภาพของชีวิตของตัวเองและชุมชนซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็งและดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระทรวงยุติธรรมจะต้องปรับปรุง

7. อิจฉาตาร้อน สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจ มีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้าย ดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว เอ็นจีโอบางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์ เอ็นจีโอดีๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆ ไม่ได้พูดกัน

9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลกของเรายังขาดทักษะ แล ทีมเวิรค์ ทำให้สู้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงค์โปร์ไม่ได้

10. เลี้ยงลูกไม่เป็น ปัจจุบันเด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกัน เป็นโรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเอง ขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เมื่อมีคนมาวิจารณ์แบบนี้ ผมก็จะขอเป็นกระจกที่สะท้อน คุณวิกรม กรมดิษฐ์ เพื่อเป็นการมองต่างมุม

1. ที่คนไทยไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองดีพอ เพราะว่า ต่างคนต้องเอาตัวรอด น้ำน้อยแพ้ไฟ มัวแต่ไปรับผิดชอบสังคม แล้วตัวเองอาจไม่มีกินได้

2. การศึกษา ข้อนี้เห็นด้วย เพราะชนชั้นทางสังคมเราห่างเกิน และเรายังภูมิใจในภาษาของตน แต่ไม่เห็นภัยที่เกิดจากการไม่รู้ภาษาโลก เ่ช่นภาษาอังกฤษ คนจนเลยไม่ค่อยมีโอกาสเรียนภาษาต่างประเทศ

3. เพราะประเทศเราเป็นไพร่มาก่อนนานมากครับ เพ่ิงมีชนชั้นกลางตอน หลัง 2475 นิเอง มหาวิทยาลัยของชนชั้นกลางที่ให้ คนชั้นล่างเรียนได้คือ ม.ธรรมศาสตร์ ก็เกิดหลัง 2475 ถ้าคุณไม่ใช่คนชั้นสูงจริง ก็ เลี้ยงวัว เฝ้านาต่อไป เราเลยชินกับระบบ เช้าชาม ต้องรอหัวหน้าสั่งก่อน ถึงจะ คิดออก(หัวหมอจริง)

4. วินัย คนไทยอ่อนอยู่แล้ว เพราะว่า ทำเลประเทศนี้ สุขสบายในน้ำมีปลา ในนามีข้าว สุขนิยม ทำให้ติดสุข จนก่อให้เกิดความโลภในอารมณ์สุข วินัยจึงกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวางความสุขความพอใจของผู้ที่มีโอกาสในสังคมนี้ แต่เมื่อวานฟังดีเจคลื่นอะไรก็ไม่รู้บอกว่า ตัวเขาเองยอมรับว่า เราไม่มีวินัย (คนไทยมีสติ) เพราะว่าบ้านเราอยู่กันแบบถ่อยทีถ่อยอาศัย ต่างคนต่าง มีความสุขแบบว่า ก็ไม่มีวินัย แต่มีความสุขอะ จะทำไมละ จะมีวินัยไปทำไม คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกอยู่แล้ว แข่งอะไรระดับโลกก็ชนะพวกฝรั่ง ญี่ปุ่นหมด แล้วคนไทยส่วนใหญ่ ก็ขาดวินัยกันต่อไป เพราะคิดว่าขนาดเราไม่มีวินัยยังชนะพวกนี้ได้ ถ้าวันนี้คนไทยลุกขึ้นมาสร้างวินัย พวกที่ว่ามาแพ้หมด เหมือนกระต่ายกับเต่า สุดท้าย ประวัติศาสตร์ก็บอกมาว่า กรุงแตก ก็คนไทยนิแหละ  กว่าจะลุกขึ้นมามีวินัย ประเทศก็มีนอมีนี กับหมดประเทศ ที่ดิน ที่นา ไม่รู้เป็นของคนไทยกี่% บริษัท ตกลงมีคนไทยถือหุ้นได้กี่มากน้อย และกมจะเปลี่ยนอีกเรื่องกรรมสิทธิ์การถือที่ดินของคนไทย มัวแต่ไปฉลองเทศกาลกันอยู่ได้คนเรานิ

5. ปัดโธ่ กระจายรายได้ เพื่ออะไรกัน ก็รวมศุนย์แบบ ศักดินาประเทศนี้ยังติดอันดับ 2 เมืองที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยว ของ lonely planet ปี 2009 เลย http://journey-trip-review.blogspot.com/2009/11/lonely-planet.html แถมยังมีคนอยากมาอยู่ตรึม

6. ข้อนี้คนไทยตาสว่างนานแล้ว(ผมเองนะ) จะให้ย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหน เราเกิดที่นี้ พ่อแม่ ก็เกิด ตายบนแผ่นดินนี้ และเห็นได้ชัด ขึ้นอยู่กับว่าขณะนั้นคุณภาพผู้นำดี แย่ อย่างไร กฎหมายก็แปรไปตามนั้น เป็นมาตั้งนานจนจำมะได้

7. อันนี้ฝั่งอยู่ใน DNA (ไม่ใช่ทุกคนครับ) แต่เราเห็นก็ต้องมองว่า เราจะไม่ทำแบบนี้ เป็นครูซะ

8. ก็รายได้เงินเดือนของ NGO มาจากเงินบริจาค เงินไม่ไ้ด้งอกมาจากตาน้ำ ที่ทำด้วยอุดมการณ์ ถ้าหากขัดผลประโยชน์ หรือมีปัญหา อาจมีอำนาจอะไรไม่รู้มาเจรจาก็ได้ แต่ยอมร้ับว่าที่ทำด้วยอุดมการณ์มีอยู่จริง อันนี้ผมเคยสัมผัส และมีองค์กรที่บริจาคให้ NGO เหล่านี้แบบปิดทองหลังพระจริง แต่สัดส่วนน้อยเหลือเกิน ไม่รู้่ถึงครึ่งหรือไม่

9. ก็ 8 ข้อที่ผ่านมาในระดับประเทศเป็นแบบนี้ จะไปสู้รบกับใครได้

10. แต่ฝรั่งก็เจอปัญหานี้เหมือนกันครับ ลูกคนรวยจะไม่ค่อยแกร่งเหมือนคนรุ่นสงครามโลก หรือ รุ่นเสื่อผืนหมอนใบ แต่ที่เขียนมา ใช้ไม่ได้กับชนชั้นล่าง ที่ปากกัดตีนถีบ น้องหม่อง ทองดี ด.ช. เคอิโง คือตัวอย่างคนที่ กระตือรือร้น ช่วยตัวเอง ขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตนเอง แต่จะให้สำนึกต่อสังคม ก็ขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอด จะไปรับผิดชอบสังคมก็จะกะไรอยู่

Leave a comment

Filed under ข่าว สาระรอบตัว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s