คนฝรั่งมองไทย

อ่านไทยรัฐ วันที่ 28/11/51 คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย แล้ว ก็ยิ้ม ทำไมฝรั่งวิจารณ์คนไทยตรงจัง หลายข้อเป็นกระจกสะท้อนคนรอบข้างที่เราได้ใช้ชีวิตด้วยกันทุกวัน สำหรับผมเองก็ว่าจะนำมาแก้ไข (บางข้อเช่น มาสาย เป็นต้น อิอิ )ยังดีที่มีคนมาวิจารณ์เราตรงๆ ดีกว่าชมแล้วหอบเอา กำไร ไปต่างประเทศหมด

วัน เสาร์สบายๆ วันนี้ ผมมีผลสำรวจ “คนไทยในทัศนะของผู้บริหารชาวต่างชาติ” มาเล่าสู่กันฟัง เป็นข้อมูลที่เพื่อนฝูงส่งมาให้ แม้จะไม่ได้บอกว่าสำรวจไว้เมื่อไร แต่ทัศนะนายฝรั่งที่พูดออกมา ก็ยังทันสมัยในปัจจุบัน ซึ่งผมเชื่อว่า แม้ในอนาคตนิสัยเหล่านี้ของคนไทยก็คงยังไม่เปลี่ยน

ผมจะเล่าเป็นข้อๆ เท่าที่เนื้อที่จะลงได้ แต่ขอสงวนชื่อฝรั่งเอาไว้

ความซื่อสัตย์ พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์
และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น มาสาย ขาดงาน โดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน

ระบบ พวกพ้อง คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆมาก่อน โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา การให้ความช่วยเหลือเพื่อน ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลย เป็นอะไรที่แย่มาก

และเมื่อพบว่า เพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้องและทำไม่รู้ไม่เห็น จนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง
แยก ไม่ออกระหว่างเรื่องงานเรื่องส่วนตัว คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรคือเรื่องงาน อะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว พวกเขาชอบเอาสองอย่างมาปนกัน จนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร อาทิ

1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน

2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้ บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทาภายในสำนักงาน

3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที่

4. ไม่ยอมรับผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ

5. ต้องการเงินมากขึ้น แต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้น

ทัศนคติ ต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าเอาวิธีใหม่ๆเข้ามา ทำให้ต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ

ไม่พูดในสิ่งที่ควรพูด เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมา ทั้งๆที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่แพ้ฝรั่งเลย แต่มักจะเก็บความสามารถเอาไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านายรู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่ได้บอก ทำให้ทำงานไปคนละเป้าหมายหรือทำงานไม่สำเร็จ

ความรับผิดชอบ คนไทยมักจะไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า ทั้งๆที่งานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งงานไหนให้เวลาทำงานนาน ก็ยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร

วิธีแก้ไขปัญหา คนไทยไม่ค่อยมีแผนรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดเสียก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า หลายครั้งพบว่า คนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องรอให้เจ้านายสั่งลงมาก่อน ถ้าเจ้านายไม่อยู่ ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด

เป็นไงครับ คนไทยในสายตาฝรั่ง ถ้าคนไทยสามารถแก้ไข “จุดอ่อน” เหล่านี้ได้ ผมรับรองว่าชาติไทยจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครแน่นอน.

2 Comments

Filed under ข่าว สาระรอบตัว

2 responses to “คนฝรั่งมองไทย

  1. คนเอเชียมักจะเป็นอย่างนี้น่ะครับ แต่ประเทศที่เค้าเจริญได้ดีกว่า เพราะเราเล่นเหมาข้อไม่ดีมาหมด

    ญี่ปุ่นก็มีเส้นสาย ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่เค้ามีความรับผิดชอบ การมองปัญหาและป้องกันไว้ก่อน (คงเพราะแผ่นดินไหวเยอะ อิอิ)

    จีนระบบพวกพ้องหนักกว่า ซื่อสัตย์ก็ไม่ ความรับผิดชอบก็น้อย แต่เค้าชอบการเปลี่ยนแปลง และกล้าแสดงออก เกิดปัญหาแล้วแก้ปัญหาเร็วอีกต่างหาก

    เราแก้กันข้อไหนก่อนดีครับ🙂

    • ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมชม

      ข้อรับผิดชอบเป็นหัวใจหลักที่ต้องพัฒนาเลยครับ ทำได้ตามใจคือไทยแท้ ใครไม่รู้กล่าวไว้ ส่วนการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยชอบการเปลี่ยนแปลงที่ดี และ ไม่รวดเร็วจนเกินไป สังเกตุจากการเมืองที่ผ่านมาครับ เพราะถ้าเปลี่ยนเร็วมันจะปรับตัวไม่ทัน(แต่ก็ดีกว่าไม่เปลี่ยนอะไรเลย)

      เกร็ดเล็กๆน้อยๆ จากประสบการณ์ พบว่า ที่เป็นนิสัย ตัวเราทั้งระดับปัจเจกชนและระดับประเทศ ได้ฟังมาอย่างนี้ว่า ประกอบด้วย
      1. DNA คน หรือนิสัยถาวร คนๆนั้น
      2. การอบรมและการเลี้ยงดู
      3. สภาพแวดล้อม

      ข้อ 1 เจ๋งสุดและเป็นที่มานิสัยของเราได้เลยทีเดียวครับ ถ้าหาก เชื้อดี ครอบครัวสอนดี และออกมาสู่โลกภายนอกในเวลาที่เหมาะสม คนๆนั้นจะประสบผลสำเร็จได้ดีกว่าคนรุ่นเดียวกัน แต่ถ้ามีข้อ 2 กับ 3 ไม่ดี ก็จะช้าหน่อยเพราะต้องมาหาเอาเอง หรือโชคดีเจอคนชี้ทางที่ดี สตีฟ จ๊อป เป็นตัวอย่างข้อ1 ดี แต่ ข้อ2 ไม่ค่อยดีเท่าใหร่เพราะว่าจน(การอบรมนั้นมีทั้ง ทางปัจจัย 4 และ ด้านความรักความอบอุ่น)ข้อนี้สำคัญมากเพราะทำให้ เผชิญโลกภายนอก (ข้อ3) ได้อย่างมีสติ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s