วิชาที่ควรรู้ในขณะปัจจุบันนี้ เพื่อการมีชีวิตแบบ รู้เขา รู้เรา
1.คอมพิวเตอร์
2.ภาษาอังกฤษ
3.การเงิน
ทั้งสามวิชานี้ถ้าใครมีอาชีพอยู่ 1 ใน 3 ผมว่า ค่อนข้างสบายเพราะ หาเงินไ้ด้ไม่ยาก ยุคนี้เป็นยุคแห่งความรู้ และ ปัญญา และคนยุคนี้ หาเงินได้ก็ไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว เพราะว่าปัจจัย 4 นั้นแลกเปลี่ยนด้วยเงินตรา
มนุษย์นั้นถ้าตัวเองสบายจะไม่คำนึงถึงคนอื่น(ส่วนมาก) แต่ถ้าคนที่ไม่ได้ไปโกง หรือเอาเปรียบชาวบ้านมาก และไม่มีมรดก จะหาเงินได้เพียง การครองชีพเท่านั้นเพราะ ไม่ชอบเอาเปรียบคนอื่น ถ้ามีลูกก็คิดหนักอีก เครียดสุขภาพก็แย่ และมาแย่งกิน ใช้ในกรุงเทพ มลภาวะก็สูง ดูหนักเอาการสำหรับมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพ แต่ถ้าธรรมชาติของคุณเรียนเก่งตั้งแต่น้อยคุณจะมีอาชีพพิเศษ ที่รายได้มาก เช่นหมอ ซึ่งแพงมากถ้าไม่ได้ทุน กับ ครอบครัวรวยช่วย คนสามในสี่จะไม่มีหัวดีมาแต่กำเนิด หรือว่า มาฉลาดตอนเรียนป.ตรี จน ตอนเรียนเที่ยวไม่สนใจเรียน ไม่รู้ตัวเองชอบอะไรกันแน่ หรือ ทำงานไปแล้วค่อยมาคิดเท่านั้น
2 ใน 4 จะเริ่มคิดเรื่องรายได้นอกจากเงินเดือนตอนจบปริญญาตรีแล้ว หลังทำงานไป สองสามปี เพราะปีสองปีแรก เที่ยวก่อน เด๋วคืนนี้มีภาค 2 ต่อครับ ขอไป พักผ่อนใต้ต้นไม้ก่อน
กรุงเทพฯหาเวลาว่าง กับอากาศบริสุทธ์ยาก อีกหน่อยคงต้องซื้ออากาศมาหายใจกัน ได้ข่าวว่าที่ ต่างประเทศมีแล้วครับ ซื้ออากาศมาหายใจ
Posted in Uncategorized | 1 Comment »

หน้ารายงานนี้สำคัญ สำหรับเจ้าของธุรกิจมากเพราะ ถ้าหน้ารายงานดีก็จะมีผลต่อการขอสินเชื่อจากแบงค์ได้ เป็นต้น อันนี้ชัดเจน
1.ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง ความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข คือผู้สอบตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีแล้วพบว่า ส่วนมากตรงตามมาตรฐานการบัญชีในประเทศที่ได้กำหนดแล้ว เรียกว่า หน้ารายงาน 3 วรรค (แบบรูปข้างบนนี้ครับ) งบแบบนี้ แบงค์จะปล่อยกู้ได้ง่ายเพราะว่า ระบบบัญชี ได้มาตรฐาน และกิจการมีผลประกอบการดี คิดเป็น 100% ความผิดพลาดอื่นๆ เล็กน้อย
2.ดีหนึ่งประเภทสอง ความเห็นอย่างมีเงื่อนไข อันนี้ พอได้ คิดเป็นดีก็ 75%
3.เสียครึ่งหนึ่งของงบการเงินทั้งหมด ผุ้สอบบัญชีจะออกหน้ารายงานว่า การไม่แสดงความเห็น แบบนี้แบงค์ไม่ให้กู้แล้ว เพราะระบบบัญชี การบริหารของกิจการ มีปัญหา คิดเป็นดี 50%
4.ดีน้อย เสียมาก อย่างเป็นสาระสำคัญ คือผู้สอบแสดงความเห็นแบบ การแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง อันนี้ขัดกับหลักการบัญชีเป็นส่วนมาก กู้ก็ไม่ได้ เพราะดียังไม่ถึง 25% สรรพากรจะเพ่งเล็งเป็นพิเศษ
นักลงทุนเวลาจะลงทุนต้องเปิดดูหน้ารายงานของผู้สอบบัญชีเป็นอันดับแรกว่า แบบใหนก่อน ถ้าแบบที่ 1 ก็ลงทุนไปเลย ระบบบัญชี หรือระบบใหลเวียงของกระแสเงินเชื่อถือได้แน่นอน เพราะผู้สอบฯเสียวเวลาตรวจสอบพิสูจน์มาแล้ว จะซื้อหุ้นก็ซื้อเลย เว้นแต่ว่าเจอแบบ ผู้บริหารกิจการ กับ ผู้สอบซูเอี๋ยกัน สั่งหน้ารายงานออกมาแบบนี้ อันนี้ก็ซวยไป
ถ้าหน้ารายงานออกมาเป็นแบบที่ 2 ก็พอทน ยังมีเวลาแก้ไขให้ดีได้
ถ้าหน้ารายงานออกแบบที่ 3 ก็แย่หน่อยขนาดผู้สอบบัญชียังสงวนท่าทีเลยครับ เพราะกิจการอาจมีหนี้สินมาก หรือว่า กิจการอาจจะเกิดปัญหาในอนาคต คือเสี่ยงที่จะเจ็งง่าย เช่น ITV ในอดีต ผุ้สอบก็เคยออกหน้ารายงานแบบนี้ กรณีนี้นเป็นเหตุการณ์ที่กำลังอยุ่ในศาลครับ และสุดท้ายศาลก็สั่งจอดำไปจริงๆ นักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นที่เจ็บตัวหนักคือ คุณไตรภพ เพราะว่ามีเรื่องการเมืองหลังจากเข้าซื้อหุ้นแล้ว นี้คือเรื่องที่ไม่คาดฝัน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น แต่เข้าใจว่าตอนตัดสินใจซื้อคงคิดภายใต้สภาพแวดล้อมที่ประเทศเราดี พอมี ปว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ถ้าหน้ารายงานออกแบยที่ 4 ก็เลี่ยงได้เลย
ปัญหาคือว่า หน้ารายงานไม่สวยแต่กิจการมีกระแสเิงินเข้าดีก็มีนะครับ เช่นกิจการมีหนี้สินเยอะมาก แต่ว่ารายได้ก็เยอะ แสดงว่ากิจการไม่มีปัญหาเรืองรายได้ เช่นธุรกิจปล่อยเช่าอาคาร ตึก ซึ่งรายได้ทำสัญญากันเป็นปีๆ ชักดาบยาก ลูกค้าก็มีเงิน มีชื่อเสียง แต่กิจการก็มีหนี้สินมากเพราะว่า การตัดสินใจของผู้บริหาร ผิดพลาดก่อให้เกิดหนี้สินผูกพันระยะยาวเพราะผลเสียหายจากการลงทุน แต่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ต้องรีไพแนนซ์ กิจการแบบนี้ รอปรับโครงสร้างหนี้ และจ้างผุ้บริหารเก่งๆมาก็จบ ฉิวต่อได้เพราะหนี้ใช้หมดแล้ว แต่รายได้ยังเข้ามาเหมือนเดิม อันนี้นักลงทุนต้องพิจารณาประกอบหลายๆอย่างด้วยครับ ปัญหาต่อไปของกิจการคือ ผู้บริหารเก่งๆ จะหาได้ง่ายๆหรอ เพราะว่าส่วนมากพอกิจการเจ๊ง ผุ้บริหารก็โดนไล่ออก แต่ผลของการตัดสินใจผิดนั้น อยู่กับบริษัทเป็นเกือบ 10 ปีหรือมากกว่านั้น ดอกเบี้ย ค่าปรับโครงสร้างหนี้อีก และค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญแพงมาก
หน้ารายงานสวย แต่ไม่น่าลงทุนก็มี เช่น งบที่ตกแต่งตัวเลข เพื่อล่อให้นักลงทุนมาลงทุน สุดท้ายก็ขาดทุนเพราะว่าบริหารงานผิดพลาด ความแตก นักลงทุนซวยไป หรือว่าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เป็นต้น อันนี้นักลงทุนต้องพิจารณาหใ้รอบคอบด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนในหุ้นดังกล่าว
สรุป หน้ารายงานไม่ใช่ตัวตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนว่าจะซื้อหุ้นหรือไม่ เพราะถ้าเอาหน้ารายงานมาเป็นมาตรฐานในการซื้อหุ้น จะพลาดได้เหมือน ITV ( case study in the past)เพราะว่าหน้ารายงานแสดงความเห็นจากเหตุการณ์ในอดีต โดยไม่คำนึงถึงเหตุการณ์ หรือแนวโน้มในอนาคต เพราะว่าขณะผู้สอบทำการตรวจสอบฯนั้น เหตุการณ์ที่ร้ายแรงอาจกำลังก่อตัวแต่ยังเล็กน้อยอยู่ก็ได้
ถ้าพิจารณาจากเหตุการณ์ในอดีตดูจากงบการเงินประกอบได้ งบการเงินเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ที่สำคัญเท่านั้น แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดหรือเป็นตัวหลักได้เลย เหมือนกับเป็นเพียง หนึ่งในองค์ประกอบหลักของการตัดสินใจลงทุน ที่เรียกว่า swot จุดแข็ง จุดอ่อน ที่ผ่านมาเท่านั้น
นักลงทุนนอกจากจะต้อง SWOT ธุรกิจที่จะลงทุนแล้ว ยังมีประเด็น 4 P ประเด็นสิงแวดล้อม ประเด็นวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ประเด็นนโยบายของบริษัท Positiion ทางการตลาด, แนวขาขึ้นหรือขาลงของกลุ่มธุรกิจ, สภาพแวดล้อมทางกายภาพ หรือ รวมถึงธรรมชาิติ จังหวะเวลาการลงทุน รัฐบาล และนโยบายรัฐ การเมือง สภาพเศรษฐกิจประเทศ โลก แนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคของวิถีชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน เรียกว่ารอบด้านเลยทีเดียว
Posted in Uncategorized | 2 Comments »

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย! คนในโลกส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความกลับกลอกและหลอกลวงหาความจริงมิได้ แม้แต่ในการนับถือศาสนา ด้วยอาการดังกล่าวนี้ โลกจึงเป็นเสมือนระงมอยู่ด้วยพิษไข้เรื้อรังอยู่ตลอดเวลา ภายในอาคารมหึมาประดุจปราสาทแห่งกษัตริย์ มีลมพัดเย็นสบาย แต่สถานที่เหล่านั้น มักบรรจุเต็มไปด้วยคนซึ่งมีจิตใจเร่าร้อนเป็นไฟอยู่เป็นอันมาก ภาวะอย่างนั้นจะมีความสุขสู้ผู้ที่อยู่โคนต้นไม้ได้อย่างไร”
การแสวงหาทางออกของพวกเราช่างประเสริฐแท้ การแก่งแย่งกันเป็นใหญ่เป็นโตนั้นในที่สุดทุกคนก็รู้เองว่าเหมือนแย่งกัน เข้าไปสู่กองไฟ มีแต่ความรุ่มร้อนกระวนกระวาย เสนาบดีที่ดื่มน้ำด้วยภาชนะทองคำกับคนจนๆ ดื่มน้ำด้วยภาชนะที่ทำด้วยกะลามะพร้าว เมื่อมีความพอใจย่อมมีความสุขเท่ากัน
นี้เป็นข้อยืนยันว่า ความสุขนั้นอยู่ที่ความรู้สึกทางใจเป็นสำคัญ
อย่างพวกเราอยู่ที่นี้มีแต่ความพอใจ แม้กระท่อมจะมุงด้วยใบไม้ ก็มีความสุขกว่าในพระราชฐานอันโอ่อ่า แน่นอนทีเดียว
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้นมิใช่คนใหญ่คนโต แต่เป็นคนที่รู้สึกว่าชีวิตของตนมีความสุขสงบเยือกเย็น ปราศจากความเร่าร้อนกระวนกระวาย
” คัดลอกจากบางตอนในหนังสือ พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน” หนังสือเล่นนี้เก็บมาจากตอนบวช เป็นที่รวบรามพุทธโอวาทก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพาน โดย ได้แสดงทรรศนะของผุ้่ไร้กิเลส มองสะท้อนความจริงบนโลกนี้ กลั่นจากที่สุดของมนุษย์ที่ถือเป็นสุดยอดของโลกทั้งสาม เป็นหนังสือที่ บางคนอ่านแล้ว อาจจะไม่อยากอ่านอีก เพราะ ตรงเกินไป และ คม
เป็นเหตุการณ์ 3 เดือนก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน โดยตรัสกับพระอานนท์ และพระอานนท์ก็ถ่ายทอดมาเป็นคำพูดสืบๆกันมาจนถึงพวกเรา
Posted in Uncategorized | Leave a Comment »

จากการติดตามเหล่า bloger หลายๆ blog พบว่า หากที่ใดมีการอัพได้บ่อยๆ เช่น ไม่เกิน 3 วันอัพที่ คนจะติดตามเยอะก็น่าจะทำให้ น่าติดตามแม้ว่า จะไม่มีเรื่องใดๆที่เราอาจเข้าใจในสาขาวิชานั้นก็ตาม วันนี้ขอเขียนเรื่องการลงทุนแบบ บัญชีๆ มาประเดิมครับ แต่ตอนนี้ขอนอนแป็ปครับ สักครู่
วันนี้โดดงาน เลยมีเวลามากหน่อย เข้าเรื่องเลยครับ
แม่บทการบัญชี ที่เป็นมาตรฐานของประเทศไทยกล่าวไว้ว่า
ผู้ใช้งบการเงินนั้นมีใครบ้างดังนี้
1.ผู้ลงทุน จะได้เงินปันผลจากกิจการหรือไม่เป็นต้น เพื่อประเมินความเสียงในการลงทุน
2.ลูกจ้าง กิจการมีฐานะทางการเงินพอจะจ่ายเงินเดือนลูกจ้างหรือไม่
3.ผู้ให้กู้ จะได้ดอกเบี้ยจากบริษัทนี้หรือไม่
4.ผู้ขายสินค้าและเจ้าหนี้อื่น หนี้จะได้รับการชำระทันเวลาหรือไม่
5.ลูกค้า ดูผลประกอบการต่อเนื่องเพื่อทราบการคงอยู่ของกิจการ
6.รัฐบาล และหน่วยงานรัฐเช่นสรรพากร เอาไปคำนวณสถิติต่างๆ และ เก็บภาษี
7.สาธารณชน ผู้ได้รบผลกระทบจากผลประกอบธุรกิจของกิจการ
ทั้งหมดคือผู้ที่จะนำบบการเงินไปดูเพื่อพิจารณา เพื่อตัดสินใจประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ว่าจะได้อะไรจาก บริษัทนี้ งบการเงินคือหน้าด่าน หรือภาษาที่สะท้อน ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงิน (งบดุล งบกำไรขาดทุน)เป็นต้น
ถ้างบการเงินผิด หรือว่าไม่สะท้อนความเป็นจริงของกิจการ ผู้ที่กล่าวมาทั้งหมดก็รับทราบข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ส่งผลให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ เช่น ธุรกิิจไม่ดีแต่ งบการเงินออกมาดี ทำให้กิจการมีเงินเข้ามากได้ในระยะสั้น
งบจะถูก หรือผิด อยู่ที่หน้ารายงานของผู้สอบบัญชี ถ้าผู้สอบดี ออกหน้ารายงานผุ้สอบตรงตามมารยาทของผู้สอบบัญชี งบก็เชื่อถือได้เพราะว่าผู้สอบแสดงความเห็นตามการตรวจสอบที่เชื่อถือได้ตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป ถ้าผู้สอบเน้นที่เชิงพาณิชย์ งบการเงินก็จะด้อยคุณภาพ ไม่น่าเชื่อถือ ผู้สอบก็ได้ค่าสอบบัญชี เจ้าของกิจการก็ได้งบการเงินที่ไม่ถูกต้องไป ตรงนี้ทำให้ระบบเศรษฐกิจกระทบต่อสังคมในวงกว้าง อย่างน้อยบุคคล 7 ประเภทข้องบนก็ตัดสินใจผิดหมด เรื่องจะมาแดงตอนที่มีการตรวจสอบอีกครั้งจาก สรรพากร และ กลต ถ้าพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง ผู้สอบอาจโดนสั่งพัก หรือถอนใบอณุญาตเลย อาชีพผุ้สอบฯเหมือนหมอ ไม่มีใบประกาศ ก็เซ็นต์ไม่ได้
ดังนั้นจุดยุทธศาสตร์ของธุรกิจ บนดินที่ ตรงไปตรงมา กับธุรกิจใต้ดิน ที่มีใต้โต๊ะ ซิกแซก ตกแต่งตัวเลข คือหน้ารายงานฯ จะมีการวัดกำลังภายในที่การออกหน้ารายงานของผุ้สอบบัญชีอย่างมาก หน้ารายงานสามารถสั่งได้ด้วย ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ก็เอวังประเทศ ตัวใครตัวมัน แต่ ถ้ากิจการเป็นธุรกิจแบบใต้โต๊ะหรือว่าไม่โปร่งใส เขาจะทำหน้ารายงานให้ดีไว้ก่อน เพื่อปกปิดตัวแลขที่แท้จริง ทั้งนี้ผู้สอบจะต้องมีมารยาทในการออกหน้ารายงานด้วย ถ้าผู้สอบทำผิดมารยาท ออกหน้ารายงานไม่ตรงตามข้อเท็จจริง หรือไม่มีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของผู้สอบก็ด้อยค่าลงไป เวลาไปใหนก็ไม่สง่างาม อายชาวบ้าน ไม่กล้าเข้าสังคมหรืออยู่ในสังคมแบบปกปิดตัวเอง ไม่ต่างกับ มือปืนรับจ้าง(จ้างเซ้นต์งบการเงิน) อยู่แบบหลบๆซ่อนๆ ผู้สอบฯจะอิสระจากอำนาจเงิน หรือ ลูกค้าได้ในระดับที่รับได้นั้น ต้องระลึกถึงมารยาทผู้สอบบัญชีตอนสอบเป็นผู้สอบบัญชี วิชา การสอบบัญชี 1 มากๆ รู้แล้ัวยังทำแสดงว่าเจตนา ก็เสี่ยงต่อการไปคุยกันที่ศาลมาก
ทั้งนี้ผู้สอบจะใช้วิจารณญาณเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพเหมือนกับศาลที่ตัดสินคดีความว่าจะออกหน้ารายงานผู้สอบบัญชีอย่างไรให้ ถูกต้อง เพียงพอ และเหมาะสมแก่กรณีของงบการเงินที่ลูกค้าจ้างผู้สอบนี้นๆอีกทีนึง โดยไม่กระทบต่อผุ้ใช้งบกรเงินว่าจะเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่ผู้่สอบได้ทำการตรวจพบ
Posted in Uncategorized | 2 Comments »