Feeds:
Posts
Comments

ทุกงบการเงินของประเทศไทย รวมถึงทั่วโลก จะมีหน้ารายงานของผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่องบการเงิน (บทความก่อนหน้าเรื่องแม่บทการบัญชี) เป็นบทสรุปผลการตรวจสอบประจำปี หากว่าผู้ใดจดทะเบียนห้างฯ และบริษัทขึ้นมาจะต้องหาผู้สอบบัญชี หรือผู้สอบภาษี มารับรองงบการเงินทุกปีเพื่อเป็นการ รับรอง ยืนยัน จากผู้สอบบัญชีก่อนที่จะส่งงบการเงินไปให้ กระทรวงพาณิชย์ และ กรมสรรพากร เพื่อประโยชน์ด้านภาษีของชาติ และอื่นๆ

งบการเงินแบบแรก เรียกภาษาบ้านๆว่า งบการเงินแบบ  3 วรรค หรือว่า งบคลีน (คือสะอาด) ไม่มีอะไรไม่ชอบมาพากล ตามที่ผู้สอบบัญชีได้ทำการตรวจสอบมาแล้ว งบแบบนี้ เป็นงบที่ทุก ห้างฯ และทุกบริษัท ต้องการให้เป็น เพราะว่า ม้ันแสดงถึงเนื้อใน หรือ ภายในระบบการเงินของบริษัท ดีเยี่ยม ไม่มีโรคแทรกซ้อน หรือเป็นเหตุให้กิจการล้มได้

รายงานของผู้สอบบัีญชีรับอณุญาต

เสนอ ผู้ถือหุ้น/ผู้เป็นหุ้นส่วนของ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25×1 งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น และ งบกระแสเงินสด สำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของ บริษั …….. จำกัด ซึ่งผู้บริหารของกิจการเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูลในงบการเงินเหล่านี้ ส่วนข้าพเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบในการแสดงความเห็นต่องบการเงินดังกล่าวจากผลการตรวจสอบของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าได้ปฎิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป ซึ่งกำหนดให้ข้าพเจ้าต้องวางแผนและปฎิบัติงานเพื่อให้ได้ความเชื่อมั่นอย่างมีเหตุผลว่างบการเงินแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญหรือไม่ การตรวจสอบรวมถึงการใช้วิธีการทดสอบหลักฐานประกอบรายการทั้งที่เป็นจำนวนเงิน และการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน การประเมินความเหมาะสมของหลักการบัญชีที่กิจการใช้ และประมาณการเกี่ยวกับรายการทางการเงินที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งผู้บริหารเป็นผู้จัดทำขึ้น ตลอดจนการประเมินถึงความเหมาะสมของการแสดงรายการที่นำเสนอในงบการเงินโดยรวม ข้าพเจ้าเชื่อว่าการตรวจสอบดังกล่าวให้ข้อสรุปที่เป็นเกณฑ์อย่างเหมาะสมในการแสดงความเห็นของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าเห็นว่างบการเงินข้างต้นนี้ แสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25×1 ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของบริษัท …… จำกัด โดยถูกต้องตามควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป

นายชัยยะ   ชัยวิชญกุล

(นายชัยยะ   ชัยวิชญกุล)

ผู้สอบบัญชีรับอณุญาต เลขทะเบียน  84000



สำนักงานสอบบัญชี ชัยยะ

1 ถนนรามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กทม 10240


วันที่ 20 เมษายน  25×2

แปลไทยเป็นไทย วรรคแรก คือวรรคนำ เป็นการเกริ่นว่า ผู้สอบได้ตรวจสอบงบการเงินของบริษัท ของท่านนะ ประเด็นของวรรคนำคือว่า งบการเงินนี้ ผู้รับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด คือ เจ้าของบริษัท  ผู้สอบไม่เกี่ยว เพราะผู้สอบไม่ได้เป็นคนทำบัญชีให้ และหน้าที่ของผุ้สอบที่มารับรองงบการเงินของบริษัทนี้ คือ แค่มาแสดงความเห็นต่องบการเงินเฉยๆ อิอิ(ปล การแสดงความเห็นของผู้สอบนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือสูงกว่า นาย ก หรือยามหน้าบ้านแน่ๆ เพราะ ว่าคนธรรมดาทั่วไปก็แสดงความเห็นได้เหมือนกัน)

วรรคถัดมาเรียกว่า วรรคขอบเขต  วรรคนี้ผู้สอบบัญชีฯ จะบอกแก่ท่านว่า ที่จ้างผุ้สอบมาตรวจสอบนั้น ผู้สอบเอาหลักการสองหลักการที่น่าจะก่อให้เกิดความเชื่ออย่างมีเหตุผล มาตรวจสอบคือ

1 หลักการตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป

2 หลักการบัญชี ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป

เพียงสองหลักนี้ก็ทำให้งานของผู้สอบบัญชีนั้น มีมากมายแล้ว เพราะว่าต้องตรวจ ตาม Audit Program และ ตรวจสอบว่ากิจการใช้หลักการบัญชีในการบันทึกบัญชีถูกต้องตามควร ในสาระสำคัญ ตรงใหน อย่างไร หรือไม่ วรรคนี้จะเป็นการบอกว่านอกจากหลักการดังที่กล่าวมา ยังมีการใช้ความสามารถเยี่ยงผู้ชำนาญเฉพาะทางเท่านั้นทำได้ วินิจฉัย ทุกแง่มุมของงบการเงินประกอบการแสดงความเห็นด้วย

วรรคสุดท้าย วรรคแสดงความเห็น วรรคนี้ผู้สอบจะแสดงความเห็นว่า ที่ลงทุนตรวจสอบมาทั้งหมด ใช้เวลา และพลังกาย ใจ ความคิด นั้น สรุป แล้ว ผู้สอบมีความเห็นเป็นเช่นไร โดยวรรคที่เป็นสาระสำคัญของวรรคนี้คือ ข้าพเจ้าเห็นว่า บรา…… แสดงฐานะทางการเงิน บรา… โดยถูกต้องตามควร (เท่านั้นไม่ใช่ 100%) ในสาระสำคัญ (เพราะไม่ได้ตรวจสอบ ทุกบรรทัด เอาเฉพาะที่สำคัญๆ) ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (ตามมาตรฐานการบัญชีของประเทศไทยนะ) เท่านั้น

จบ

ปีหน้ัาก็ ตรวจใหม่นะครับ ท่านผุ้มีพระคุณทั้งหลาย

ดังนั้นถ้าท่านจะเปิดบริษัท ท่านต้องหาผุ้สอบมาเซ็นต์งบการเงินก่อนยื่ีน สรรพากร และ กรมพัฒนาธุรกิจ ทุกปี ตามกฎหมายแพ่ง โดยกำฎหมายกำหนดให้ บริษัท ห้างร้านต้องมีผู้ร้ับรองงบการเงินดังนี้ เป็นต้น

มาตรา 1209 ที่ประชุมสามัญต้องเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี
บรรดาบทบัญญัติอื่น ๆ ของบริษัทจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นแนว
ทางปฏิบัติที่กฎหมายกำหนดไว้ในกรณีต่าง ๆ ที่บริษัทจำกัดจะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กฎหมายกำหนดไว้
ประการใด เช่น บริษัทต้องการเพิ่มทุน หรือลดทุน จะต้องปฏิบัติตามแนวทางของกฎหมายอย่างไรบ้าง
เป็นต้นโดยอ่านเพิ่มเติมที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ลักษณะ 22 หมวด 4 บริษัทจำกัด ส่วนที่ 4 การสอบบัญชี

ห้างหุ้นส่วนนั้นให้ผู้สอบบัญชีภาษีเซ้นต์แทนผุ้สอบบัญชีก็ได้แต่ทุนจดทะเบียนต้องไม่เกิน 5 ล้านเป็นต้น หากยุ่งยาก ก็จดเป็น บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ แทนก็ได้ ไม่ต้อง ยื่นงบการเงิน แต่อำนาจความรับผิดชอบหากมีคดีฟ้องร้อง ก็รับไปเสมือนเราเป็นผู้รับผิดชอบในหนี้สินที่ ไปก่อมาทั้งหมด ซึ่งถ้าเป็น หจก หรือ บจก จะ เป็นนิติบุคคลแยก จากเราไปต่างหาก เวลามีหนี้ หรือคดีฟ้องร้อง ก็ไปเอากับห้างฯ หรือ บริษัทจำกัด(จำกัดคือจำกัดความรับผิดชอบที่ ห้างฯ หรือ บริษัท ไปทำอะไรใครไว้ ไม่เกี่ยวกับเราคือผู้ถือหุ้นในบริษัท และ ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างดังกล่าวฯ เวลาฟ้อง นิติบุคคล รับไปก่อน จากนั้น ก็ มาที่ ผู้จัดการ แล้วมาที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคือเรา แต่เราก็รับผิดชอบตามที่เราเอาเงินลงทุนไป เพราะคำว่าจำกัดคือจำกัดความรับผิดชอบเท่านั้น จะมาไล่เบี้ยเอากับเราจนเราหมดตัวไม่ได้ เพราะเรา ลงทุนแค่ใหน ก็รับผิดชอบจำกัดแค่นั้น (รับทั้งความผิด และความชอบ ที่ห้าง หรือบริษัททำไว้)ตามสัดส่วนการลงทุนแต่เริ่มต้น

2.ทิฏฐธัมมิกกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 ได้แก่
1.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น คือ ขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติ
2.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือ รู้จักคุ้มครองเก็บรักษาโภคทรัพย์ และผลงานอันตนได้ทำไว้ด้วยความขยันหมั่นเพียร
3.กัลยาณ มิตตตา คบคนดีเป็นมิตร คือ รู้จักกำหนดบุคคลในถิ่นที่อาศัย เลือกเสวนาสำเหนียกศึกษาเยี่ยงท่านผู้ทรงคุณ มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา
4.สม ชีวิตา มีความเป็นอยู่เหมาะสม คือ รู้จักกำหนดรายได้และรายจ่ายเลี้ยงชีวิตแต่พอดี มิให้ฝืดเคืองหรือฟุ่มเฟือย ให้รายได้เหนือรายจ่าย มีประหยัดเก็บไว้

วันพระ 10/11/2552

เคยอ่านหนังสือของนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตพบว่าเขามีหลักในการสร้างตัวจากสองมือเปล่าดังนี้ครัีบเลยเอามาแบ่งกันอ่านใีนคืนวันพระ

สัปปุริสธรรม 7 เป็นหลักธรรมที่ธรรมให้บุคคลที่ประพฤติปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นธรรมที่สอนให้บุคคลมีเหตุผล มี 7 ประเภท คือ
1. ธัมมัญญุตา คือความเป็นผู้ที่รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์และความเป็นไปของชีวิต
2. อัตถัญญุตา คือความเป็นผู้ที่รู้จักวิเคราะห์สาระ และผลที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าวว่ามีอะไร
3. อัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้ที่รู้จักวิเคราะห์ตนเอง ทั้งทางด้านฐานะ ด้านคุณธรรม ด้านความรู้ ตลอดจนความสามารถ
4. มัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักหลักธรรมของความพอดี การดำเนินชีวิตที่เหมาะพอสมควรแก่ฐานะ
5. กาลัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกาลเทศะ
6. ปริสัญญุตา คือ ความเป็นผู้ที่รู้จักปฏิบัติและปรับตนให้เหมาะสมกับสภาพของชุมชนและสังคม
7. บุคคสัญญุตา คือ ความเป็นผู้ที่รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกัน

ขำๆ

Older Posts »